
SET เสี่ยงปรับฐานต่อ กังวลสงครามตะวันออกกลาง ดันน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับฐานต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อ กระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลก อย่างไรก็ตามคาดหุ้นปันผลสูงและกลุ่มพลังงานช่วยพยุงดัชนี โดยให้แนวรับ 1,440–1,450 จุด และแนวต้าน 1,490–1,495 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (04 มี.ค.69) นักวิเคราะห์ฯ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับฐานต่อเนื่องตามทิศทางตลาดโลก หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น กระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง อาจมีแรงซื้อรับหุ้นปันผลช่วยพยุงดัชนี รวมทั้งกลุ่มพลังงานที่จะช่วยประคองดัชนีได้ระดับหนึ่ง โดยให้กรอบแนวรับ 1,440-1,450 จุด และแนวต้าน 1,490-1,495 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีทิศทางปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันทำการก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่มีความเปราะบางสูง และส่อแววยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้ หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ประเทศอื่น ๆ อย่าง ฝรั่งเศสและเยอรมนีเริ่มมีการเคลื่อนไหวทางทหารเพื่อสนับสนุนสหรัฐฯ เป็นสถานการณ์เชิงลบที่ยังไม่มีท่าทีคลี่คลายในระยะสั้น และยังต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
สำหรับผลกระทบโดยตรงต่อไทยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะมีความยืดเยื้อมากน้อยเพียงใด ประเด็นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และสร้างความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นหากสถานการณ์กินเวลานาน
อย่างไรก็ตามมองว่าการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจไม่ได้รุนแรงมาก เนื่องจากการปรับตัวลดลงของดัชนีในช่วงต้นสัปดาห์ถือเป็นการปรับฐานแบบ 2 เด้ง คือการปรับฐานตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากดัชนีเข้าสู่ภาวะ Overbought มาก่อนหน้านี้ และปัจจัยลบจากสงครามที่เข้ามากระทบอย่างกะทันหัน ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง อาจมีแรงซื้อรับหุ้นปันผลที่ยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD และราคาหุ้นปรับลงมาเร็ว ช่วยพยุงดัชนีได้ ประกอบกับหุ้นกลุ่มพลังงานน่าจะช่วยประคองตลาดได้ระดับหนึ่ง
สำหรับประเด็นในประเทศแนะติดตามการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งหากมีความชัดเจนอาจเป็นข่าวดีที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก โดยให้กรอบแนวรับ 1,440-1,450 จุด และแนวต้าน 1,490-1,495 จุด

