โบรกแนะซื้อ THAI เป้า 9.30 บาท รับแผนปี 69 เพิ่มฝูงบิน 102 ลำ-ขยายเส้นทางยุโรป-เอเชีย

THAI กางแผนปี 69 เพิ่มฝูงบิน 102 ลำ รุกขยายเส้นทางยุโรป-เอเชีย โบรกฯ มองทิศทางบวก ชี้ Valuation น่าสนใจเมื่อเทียบสายการบินโลก พร้อมแนะนำ "ซื้อ" เคาะเป้า 9.30 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลในบทวิเคราะห์ ภายหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ประจำปี 2568 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีมุมมองและโทนการประชุมที่เป็นบวกเล็กน้อย โดยบริษัทได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์การปรับปรุงและขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีขนาดฝูงบินอยู่ที่ 80 ลำ และมีแผนที่จะรับมอบรวมถึงเช่าเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำ ภายในปี 2569 ซึ่งแบ่งออกเป็น เครื่องบินลำตัวแคบ 14 ลำ เครื่องบินลำตัวกว้างลำใหม่ 4 ลำ และเช่าเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 10 ลำ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 3/2026 นอกจากนี้ ในแผนระยะกลาง บริษัทมีเป้าหมายที่จะเช่าเครื่องบินเพิ่มอีกรวม 27 ลำ เพื่อผลักดันให้ขนาดฝูงบินบรรลุเป้าหมายที่ 129 ลำ ภายในปี 571

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 บริษัทเตรียมขยายเส้นทางบินให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน และเวียดนาม รวมถึงเส้นทางในทวีปยุโรปและออสเตรเลีย โดยจะมุ่งเน้นใช้กลยุทธ์ Network Flights เพื่อเจาะกลุ่มผู้โดยสารและเข้าถึงในเส้นทางที่การแข่งขันยังอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2026 บริษัทตั้งเป้าขยายขีดความสามารถในการให้บริการ (Capacity) เติบโต 5-6% เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยคาดว่ารายได้ต่อผู้โดยสาร (Passenger Yield) จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนส่วนอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) จะทรงตัวอยู่ในกรอบ 78-80% และรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ให้อยู่ในระดับ 13-15%

ในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท พบว่ามีการปรับฐานเงินเดือนพนักงานและจ่ายโบนัสตามผลการดำเนินงานในช่วงสิ้นปี ซึ่งคาดว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาส 1/2569 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนในปี 2026 ซึ่งเป็นผลสอดคล้องตามการขยายตัวของฝูงบิน ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Benefit) ไปแล้วในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568-2569 ส่วนประเด็นคดีความเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการบริษัทนั้น ปัจจุบันยังคงต้องใช้เวลาในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อรอการตัดสินในลำดับถัดไป แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่และดำเนินงานตามปกติได้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทาน (Supply) ของหลายสายการบินคู่แข่ง ทำให้ความต้องการเดินทาง (Demand) ในเส้นทางยุโรปของ THAI ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนทั้ง Passenger Yield และ Load Factor แม้ว่าบริษัทจะต้องปรับเส้นทางบินอ้อมเล็กน้อยในบางเส้นทางเพื่อความปลอดภัย แต่พบว่ามีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันถูกจำกัดความเสี่ยงไว้บางส่วนผ่านการทำสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) ไว้ที่ 50% ของปริมาณการใช้ในครึ่งปีแรก และ 30% ของปริมาณการใช้ในครึ่งปีหลังของปี 2026 ที่ระดับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ราว 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทว่าด้วยส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูป (Crack Spread) ปัจจุบันที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนอยู่บ้าง ทั้งนี้ ผลกระทบด้านต้นทุนน้ำมันจะเริ่มสะท้อนให้เห็นชัดเจนตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการปรับค่าโดยสารในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารมากนัก

อย่างไรก็ตาม หยวนต้า ให้ความเห็นต่อทิศทางของ THAI ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาลและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง แต่จะปรับตัวลดลงจากปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ส่วนภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 แม้บริษัทจะเผชิญกับฐานค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ยังคงมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าตลาดทวีปยุโรป ซึ่งจะช่วยขยาย Capacity ได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนแผนการรับเครื่องบินใหม่ รวมถึงประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อการเดินทางและต้นทุนหลัก อย่างไรก็ตาม ด้วยมูลค่าพื้นฐาน (Valuation) ของ THAI ในปัจจุบันที่ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับสายการบินระดับโลกอย่าง Singapore Airlines (SIA) รวมถึงมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Div. Yield) ที่ช่วยจำกัด Downside เบื้องต้นจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 9.30 บาท

Back to top button