
จับตา! ดีลพันธมิตรปตท. สร้าง Synergy ปิโตรเคมี-โรงกลั่น
จับตา! ดีลพันธมิตรปตท. สร้าง Synergy ปิโตรเคมี-โรงกลั่น เพิ่มทุนโดยตรง TOP-PTTGC-IRPC เหมาะสมที่สุด.!?
จากกรณีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ส่งสัญญาณเปิดการรับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ล่าสุดประเด็นนี้กลับมาเป็นที่จับตาของนักลงทุนอีกครั้ง หลังตลาดเริ่มคาดหวังว่าอาจเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ ทว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกลุ่มปตท.แต่อย่างใด.!
ลงทุนที่ไหน? คำถามสำคัญที่ตลาดอยากรู้
ขณะที่แวดวงตลาดทุนต่างถกเถียงและค้นหาคำตอบว่า “พันธมิตรใหม่”จะเข้ามาในรูปแบบใด ระหว่างทางเลือก แรกคือเข้าถือหุ้นโดยตรงใน PTT (ในฐานะบริษัทแม่)เท่ากับ“ซื้อแม่แล้วได้ลูกไปด้วย”เพราะ PTT ถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัทลูก คือบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ,บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC
อีกแนวทางที่อาจเป็นได้ นั่นคือการเข้าลงทุนโดยตรงในบริษัทลูกทั้ง 3 แห่งดังกล่าว โดยสามารถทำได้มี 2 รูปแบบ คือ PTT ขายหุ้นบางส่วนให้พันธมิตร หรือ 3 บริษัทลูก เพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(PP) ให้พันธมิตรเข้ามาถือหุ้นโดยตรง
ทว่า..การเพิ่มทุนแบบ Private Placement(PP)ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมกว่า เพราะเงินจะไหลเข้าบริษัทลูกโดยตรง พร้อมนำไปใช้ขยายธุรกิจหรือพัฒนาโครงการใหม่ได้ทันที
นอกจากนี้กระบวนการ PP ยังไม่ซับซ้อนและใช้เวลาน้อยกว่าการทำ IPO จึงเปิดทางให้ดึงพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เข้ามาร่วมธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
หากพันธมิตรที่เข้ามาเป็นผู้เล่นระดับโลกในธุรกิจปิโตรเคมี ศักยภาพที่จะได้รับไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่รวมถึงเครือ ข่ายลูกค้า,เทคโนโลยีและโอกาสขยายตลาดระดับสากลให้กลุ่มปตท.ในระยะยาว
ทว่าสิ่งที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักควบคู่กันไปคือ Dilution Effect หรือการลดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมรวมถึงความเสี่ยงด้านราคาหากหุ้นเพิ่มทุนถูกกำหนดต่ำกว่าราคาตลาด ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นระยะสั้นได้
หากว่าคีย์เวิร์ดอยู่ที่คำว่า“พันธมิตร”และ“การซินเนอร์ยี่”ดังกล่าว.! การเข้าถือหุ้นโดยตรง ผ่านการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง 3 บริษัทลูก (TOP-PTTGC-IRPC) จึงน่าเป็นแนวทางที่เป็นไปได้และเหมาะสมมากสุด.!?

