“ทส.” เคาะ EIA 6 บิ๊กโปรเจกต์รัฐ-คุมเข้มนำเข้าแบต EV ใช้แล้ว

บอร์ดสิ่งแวดล้อมฯ เห็นชอบ EIA 6 โครงการรัฐ ทั้งรถไฟทางคู่และสนามบิน พร้อมเข้มงวดนำเข้าแบตเตอรี่ EV ใช้แล้ว ป้องกันมลพิษ และรับงบ 2 ล้านยูโร หนุนทำนาลดก๊าซเรือนกระจกครอบคลุม 21 จังหวัด


นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะการวางแนวทางควบคุมการนำเข้าแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้แล้วเข้าสู่ราชอาณาจักร เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบสัญญาการรับเงินอุดหนุน (Grant Agreement) ระหว่าง สผ. และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) จำนวน 2 ล้านยูโร เพื่อส่งเสริมการทำนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำในพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัดทั่วภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาครัฐรวม 6 โครงการ ประกอบด้วย 1) โครงการถนนสาย สค.2055 แยก ทล.35 – เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม 2) โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 201 แยกทางหลวงหมายเลข 12 (บ.โนนหัน) – อ.ภูกระดึง ตอน บ.โนนหัน – บ.ผานกเค้า 3) โครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและน้ำเย็นสำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนขยายครั้งที่ 3) 4) โครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช 5) โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ และ 6) โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่

ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดมีเป้าหมายหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเดินทาง และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว โดยดร.รวีวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดการของเสียอันตรายและการผลักดันโครงการรัฐให้เดินหน้าภายใต้กรอบการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

Back to top button