“กัณฑรา” ชี้ SET ไปต่อ! ลุ้นฟันด์โฟลว์ดันหุ้นบิ๊กแคป ชู CPF-CPALL เด่น

“กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” มองหุ้นไทยยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หาก SET ยืนเหนือ 1,500 จุดได้ มีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้าน 1,545 จุด และขยับขึ้นสู่ 1,600 จุด แนะเน้นหุ้นใหญ่พื้นฐานดี-สภาพคล่องสูง รับโอกาสฟันด์โฟลว์ไหลเข้า พร้อมชู CPF-CPALL เริ่มปรับตัวทิศทางดีขึ้น


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงเกือบทุกตลาด แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาจะปิดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนของปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะผลลัพธ์จากการพบกันของผู้นำประเทศมหาอำนาจ รวมถึงมีแรงขายทำกำไรหลังตลาดตอบรับข่าวเชิงบวกไปแล้วบางส่วน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อตลาด เนื่องจากสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเลือกชะลอการลงทุนหรือขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม นายกัณฑรา ประเมินว่า การพบกันของผู้นำประเทศมหาอำนาจถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดการเงินโลก เนื่องจากบรรยากาศการเจรจามีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น และอาจนำไปสู่ความคืบหน้าในการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศในระยะถัดไป โดยมองว่าสงครามหรือความตึงเครียดในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ย่อมมีโอกาสสิ้นสุดลงในอนาคต เพียงแต่ตลาดยังต้องติดตามว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดและผ่านกลไกใด

สำหรับตลาดหุ้นไทยการปรับตัวขึ้นของดัชนี SET ในวันก่อนหน้าเป็นภาพที่ดี เนื่องจากไม่ได้เกิดจากแรงหนุนของหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแรงซื้อกระจายไปยังหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มสนามบิน ค้าปลีก สื่อสาร และหุ้นพื้นฐานใน SET50 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มมีแรงหนุนจากหุ้นหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ทำให้ดัชนียังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

ทั้งนี้ แม้วันนี้ตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากดัชนีปรับขึ้นมาถึงบริเวณแนวต้านสำคัญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานรอบก่อน แต่ภาพรวมยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยประเมินแนวรับสำคัญบริเวณ 1,500 จุด และ 1,515 จุดตามลำดับ ขณะที่หากดัชนียืนเหนือ 1,540 จุดได้ จะเพิ่มโอกาสในการทะลุแนวต้าน 1,545 จุด และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุดในระยะถัดไป

หากดัชนีปรับฐานลงมาแต่ไม่หลุดระดับ 1,500 จุด ถือว่ายังเป็นจังหวะที่สามารถทยอยเข้าซื้อหุ้นได้ เนื่องจากโครงสร้างดัชนียังไม่เสีย ขณะที่ภาพทางเทคนิคของ SET เริ่มเห็นการยกจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาด

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานดีและมีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET50 และ SET100 เนื่องจากหากมีเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามา ตลาดมักจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ก่อน ขณะที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเลือกลงทุนได้เฉพาะรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ

สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI, กลุ่มโรงพยาบาลที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาก่อนหน้าและมีโอกาสฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มอาหารและค้าปลีก อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่เริ่มกลับมามีทิศทางดีขึ้น โดยยังแนะนำให้นักลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูง เนื่องจากหากมีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามา หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสได้รับแรงหนุน และสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นที่ขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ

รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ที่ยังมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางดัชนี เช่น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Up โดยยังต้องติดตามบทบาทของหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อดัชนีและมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ขณะที่นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรในหุ้นขนาดเล็กที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เนื่องจากอาจไม่ได้รับประโยชน์จากรอบการไหลเข้าของเงินทุนในครั้งนี้เท่ากับหุ้นขนาดใหญ่

Back to top button