
TRT คว้างาน กฟน. 760 ลบ. ดันแบ็กล็อกแตะ 2.23 พันลบ. ลุยขยายกำลังผลิตรับดีมานด์พุ่ง
TRT เดินหน้ารับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน หลังคว้างานจัดหาหม้อแปลงไฟฟ้าจาก กฟน. มูลค่ารวมราว 760 ล้านบาท ดัน Backlog เพิ่มเป็น 2,230 ล้านบาท ควบคู่แผนลงทุนขยายกำลังการผลิต 126 ล้านบาท รองรับดีมานด์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมส่งสัญญาณรายได้ปี 2569 มีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่
นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายชนิด Completely Self-Protected Type (CSP) แรงดัน 24 กิโลโวลต์ แบบ 3 เฟส 4 สาย ขนาด 150 กิโลโวลต์แอมแปร์ จากการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 750 ชุด มูลค่า 565.36 ล้านบาท กำหนดส่งมอบภายในไตรมาส 2 ปี 2569
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมสำหรับหม้อแปลงชนิดเดียวกันอีก 259 ชุด มูลค่า 195.24 ล้านบาท ส่งผลให้ TRT ได้รับงานจาก กฟน. รวม 1,009 ชุด มูลค่ารวมประมาณ 760 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
การได้รับคำสั่งซื้อดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะการขยายตัวของโครงข่ายไฟฟ้าในเขตเมืองและปริมณฑล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้าเสริมศักยภาพธุรกิจในระยะยาว โดยเข้าซื้อ ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่กว่า 9 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 126.49 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายพื้นที่ผลิตและระบบจัดเก็บฉนวนหม้อแปลงไฟฟ้า
ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ระยะยาวจากธนาคารกรุงเทพจำนวน 90 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทสำหรับส่วนที่เหลือ โดยการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสายการผลิต โลจิสติกส์ และรองรับคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
“บริษัทมองว่า การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ TRT เพื่อรองรับโอกาสจากการเติบโตของตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” นายสัมพันธ์ กล่าว
นายสัมพันธ์ ย้ำว่าปัจจุบัน กลุ่มบริษัท TRT มี Backlog ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีมูลค่างานในมือรวมประมาณ 2,230 ล้านบาท แบ่งเป็น โดยแบ่งเป็นธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) มูลค่า 2,021 ล้านบาท ซึ่งจะส่งมอบในปี 2569 จำนวน 2,008 ล้านบาท ส่งมอบในปี 2570 จำนวน 13 ล้านบาท ขณะที่ กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลง (Non-Transformer) เช่น งานโครงสร้างเหล็ก รถกระเช้า และงานบริการบำรุงรักษา มี Backlog ประมาณ 209 ล้านบาท
“โดยโครงสร้างรายได้ของ TRT ยังคงมาจากธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นหลัก โดยคาดว่าในปี 2569 สัดส่วนรายได้จะมาจากหม้อแปลงไฟฟ้าประมาณ 91% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 9%”
ในด้านโอกาสทางธุรกิจ บริษัทมีมูลค่างานที่อยู่ระหว่างเสนอราคา (Bids & Quotations in Process) ณ สิ้นปี 2568 รวมกว่า 13,363 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้า มูลค่าประมาณ 10,765 ล้านบาท จากลูกค้าหลัก เช่น การไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), ลูกค้าเอกชนในประเทศ และตลาดส่งออก และกลุ่มธุรกิจ Non-Transformer มูลค่าประมาณ 2,598 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าอัตราการได้งาน (Success Rate) จะอยู่ในระดับ 20–25%
“สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้จากธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าจะเติบโตประมาณ 72% จากปี 2568 จากการรับรู้รายได้ของงานในมือที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ ในขณะที่ธุรกิจ Non-Transformer คาดว่ารายได้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับโครงสร้างบางธุรกิจ แต่ยังคงมีบทบาทสนับสนุนรายได้ของกลุ่มบริษัท” นายสัมพันธ์ กล่าว
และบริษัทตั้งเป้ารักษา อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยประมาณ 18–20% ผ่านการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
สำหรับแนวโน้มการลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งตัว โดยเฉพาะการพัฒนา Smart Grid, การขยายระบบพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“TRT มุ่งเน้นการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและนวัตกรรม เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในอนาคต” นายสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

