
อธิบดีธุรกิจพลังงาน ขออภัยเหตุปั๊มป่วน ชี้ดีมานด์พุ่ง-ขนส่งสะดุด ยันสำรองใช้ได้ 101 วัน
“สราวุธ แก้วตาทิพย์” อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน หลังน้ำมันหน้าปั๊มน้ำมันบางแห่งขาดช่วง ชี้คอขวดขนส่งทำกระจายเชื้อเพลิงสะดุด เร่งแก้ปัญหา สั่งโรงกลั่นห้ามหยุดเดินเครื่อง คุมผู้ค้าส่งจ๊อบเบอร์ ขยายเวลาขนส่ง ยืนยันน้ำมันสำรองรองรับใช้ 101 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) ในการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวขออภัยต่อเหตุการณ์ความโกลาหลและอุปสรรคที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมัน
“ก่อนอื่น ต้องกราบขอประทานโทษถึงความโกลาหลและอุปสรรคที่เกิดขึ้นตรงหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาที่ผ่านมา” นายสราวุธ กล่าว
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง มีกำลังการกลั่นรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน ในแต่ละวันสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ เบนซิน 32–33 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซล 75–80 ล้านลิตร น้ำมันอากาศยาน 25 ล้านลิตร น้ำมันเตา 13 ล้านลิตร และก๊าซหุงต้ม (LPG) 6–7 ล้านกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่กำลังการผลิต แต่เป็น “คอขวด” ในระบบกระจายน้ำมัน โดยในภาวะปกติ โรงกลั่นจะจำหน่ายให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้ารายย่อย (จ๊อบเบอร์) ก่อนกระจายไปยังสถานีบริการและภาคอุตสาหกรรม แต่ในช่วงที่ผ่านมา การจัดส่งน้ำมันไปยังจ๊อบเบอร์บางส่วนอาจจะมีเหตุการณ์ผิดพลาดไป บางจุดจ๊อบเบอร์ไม่ได้รับน้ำมัน ซึ่งจ๊อบเบอร์ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรม หลายภาคส่วนจึงหันมาเติมที่สถานีบริการน้ำมัน
จากการสำรวจสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15–16 มีนาคม 2569 ซึ่งครอบคลุม 1,502 แห่ง พบว่า ปิดให้บริการเนื่องจากน้ำมันหมด 151 แห่ง หรือ 10.1% เปิดให้บริการ แต่มีน้ำมันบางชนิดหมดหรือใกล้หมด 1,039 แห่ง หรือ 69.2% เปิดให้บริการตามปกติ และมีน้ำมันเพียงพอ 306 แห่ง หรือ 20.6%
โดยผลสำรวจสะท้อนว่า ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปัญหาน้ำมันหมดในบางพื้นที่มีสาเหตุหลักจากการขนส่งล่าช้า ประกอบกับยอดใช้ที่เร่งตัวขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ โดยสุ่มตรวจใน 23 จังหวัด ครอบคลุมคลังน้ำมัน 53 แห่ง และถังเก็บรวม 589 ถัง ทั้งน้ำมันดิบ น้ำมันกลุ่มเบนซิน และน้ำมันกลุ่มดีเซล เพื่อประเมินสถานการณ์คงคลังและความเพียงพอในแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการเร่งด่วน 3 มาตรการ ได้แก่
- ประสานโรงกลั่นทุกแห่งให้เดินเครื่องเต็มกำลัง และเฝ้าระวังไม่ให้หยุดผลิต
- ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เร่งจัดสรรน้ำมันส่งต่อไปยังจ๊อบเบอร์ เพื่อกระจายเชื้อเพลิงไปยังภาคส่วนอื่นนอกสถานีบริการ
- ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายเวลาการขนส่งน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายเชื้อเพลิง
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนเชื้อเพลิงในทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด
นายสราวุธ ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดย ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,802 ล้านลิตร รองรับได้ 17 วัน น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร รองรับได้ 25 วัน และน้ำมันระหว่างขนส่ง 3,623 ล้านลิตร รองรับได้ 29 วัน
โดยน้ำมันนำเข้าหลักมาจากแองโกลา 1.9 ล้านบาร์เรล และสหรัฐอเมริกา 625,000 บาร์เรล รวมปริมาณน้ำมันรองรับการใช้งานในประเทศได้ 101 วัน
“เรายังมีปริมาณสำรองเพียงพอในประเทศ ขอได้โปรดใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีกักตุน และขอความร่วมมือช่วยกันประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง” อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“พิพัฒน์” เผยเริ่มขึ้นราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ดีเซลขยับหลักสตางค์ ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร

