
THAI ร่วง 4% นักลงทุนแพนิก! หวั่นแรงขายหลังพ้นล็อกอัพ 3 ส.ค.เฉียด 2 หมื่นล้านหุ้น
THAI ร่วง 4 จุด หลังนักลงทุนกังวลหุ้นกว่า 1.98 หมื่นล้านหุ้น หรือ 70% ของหุ้นทั้งหมด เตรียมพ้น Lock-up หลังวันที่ 3 ส.ค.นี้ พร้อมจับตาแรงซื้อกองทุนหากเข้าดัชนี SET50
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ณ เวลา 10:37 น. อยู่ที่ระดับ 6.60 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 4.35% ราคาสูงสุด 6.80 บาท ราคาต่ำสุด 6.45 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 475.50 ล้านบาท

ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลกรณีหุ้นจำนวน 19,802,574,214 หุ้น หรือกว่า 1.98 หมื่นล้านหุ้น เตรียมพ้นเงื่อนไขห้ามขาย หรือ Lock-up หลังวันที่ 3 สิงหาคม 2569 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเจ้าหนี้ที่ได้รับหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ อาจทยอยขายหุ้นออกมากดดันราคาหุ้นในระยะสั้น
สำหรับราคาหุ้น THAI วานนี้ (16 มิถุนายน 2569) ปิดตลาดที่ระดับ 6.90 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 3.50% โดยระหว่างวันปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 6.75 บาท ก่อนขยับขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนไหวในกรอบ 6.75-7.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 547.95 ล้านบาท สะท้อนแรงขายลดความเสี่ยงของนักลงทุน ก่อนถึงกำหนดปลดล็อกหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้
ทั้งนี้ หุ้น THAI ที่จะพ้นเงื่อนไขห้ามขายหลังวันที่ 3 สิงหาคม 2569 แบ่งเป็นหุ้นของเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุน และหุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร หรือ Strategic Shareholders ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไข Creditors’ Lock-up และ Silent Period ตามแผนฟื้นฟูกิจการ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THAI เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า บริษัทมั่นใจว่าเจ้าหนี้ที่ได้รับหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนจะไม่ขายหุ้นออกมาทั้งหมด โดยคาดว่าปริมาณหุ้นที่อาจถูกทยอยขายจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ได้รับ หรือไม่เกิน 10,000 ล้านหุ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้วยการเจรจากับกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเข้ามารับซื้อหุ้นและช่วยดูดซับอุปทานที่อาจเข้าสู่ตลาด
“ผมเชื่อว่าหุ้นที่ครบกำหนด Lock-up จะไม่ได้ถูกขายออกมามากอย่างที่หลายคนกังวล เพราะมีกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศรอเข้ามารับซื้ออยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องแรงขาย” นายชาย กล่าว
นอกจากนี้ THAI ยังมีปัจจัยบวกจากโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ หากได้รับคัดเลือก คาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนประเภท Active Fund และ Passive Fund เข้ามาสนับสนุนราคาหุ้นได้ในระดับหนึ่ง
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS กล่าวว่า หุ้น THAI ที่จะครบกำหนด Lock-up ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในเชิงจิตวิทยาการลงทุน โดยมีโอกาสที่นักลงทุนบางส่วนจะทยอยขายหุ้นล่วงหน้าก่อนถึงวันปลดล็อก อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าระดับราคา 6.00-6.50 บาท จะเป็นแนวรับสำคัญที่มีแรงซื้อรอรองรับ
ขณะเดียวกัน หาก THAI ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50 จะเป็นปัจจัยบวกช่วยจำกัด downside ของราคาหุ้น เนื่องจากมีโอกาสดึงดูดแรงซื้อจากกองทุน โดยเฉพาะกองทุนเชิงรับที่ต้องปรับพอร์ตตามดัชนี ซึ่งอาจมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าหลายพันล้านบาทในช่วงก่อนดัชนีมีผลบังคับใช้
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้น THAI ส่วนที่เหลืออีก 75% ของจำนวนหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุน จะครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหลังวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้มีหุ้นพ้นข้อจำกัดการขายรวม 19,802,574,214 หุ้น หรือประมาณ 70% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด แม้ประเด็นดังกล่าวอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น แต่จากพฤติกรรมราคาหุ้นในช่วงสิ้นสุด Silent Period รอบแรก พบว่าแรงขายสามารถถูกดูดซับได้ค่อนข้างดี จึงประเมินแนวรับสำคัญบริเวณ 5.50-5.60 บาท
สำหรับความคืบหน้าด้านการบริหาร THAI เตรียมเริ่มกระบวนการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ภายในไตรมาส 3/2569 เพื่อรองรับการครบวาระของนายชาย เอี่ยมศิริ ในเดือนมกราคม 2570 โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท แทนนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ซึ่งลาออกจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นายวินิจปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนของ THAI ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกระบวนการสรรหาผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
อย่างไรก็ดี THAI ระบุว่า การกำหนดเงื่อนไขห้ามขายหุ้นดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาหุ้นภายหลังการกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังบริษัทดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุน เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการจนเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงได้รับคำสั่งจากศาลล้มละลายกลางให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการแล้ว

