
UNIX เคาะไอพีโอ 1.89 บาท ชู P/E สุดถูก 8.30 เท่า จ่อเทรด SET ต้นเม.ย.นี้
UNIX เคาะราคาไอพีโอ 1.89 บาท ชู P/E ถูกเพียง 8.30 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มฯ เปิดจองซื้อ 23–25 มี.ค.นี้ ระดมทุนอัปเกรดเครื่องจักรขยายกำลังการผลิต รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนรีไซเคิล 100% ตอบโจทย์คู่ค้าระดับโลก เตรียมเข้าจดทะเบียนใน SET ต้นเมษายน 2569 พร้อมมุ่งสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลาสติก
บริษัท ยูนิค พลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำของประเทศ ประกาศความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่หุ้นละ 1.89 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 8.30 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของบริษัทและค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถจองซื้อหุ้น IPO ของ UNIX ได้ระหว่างวันที่ 23–25 มีนาคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569
การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนนำเงินไปใช้ลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ยืม เพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UNIX เปิดเผยว่าปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 60,000 ตันต่อปี และมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) สูงกว่า 80% สะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีความจำเป็นต้องเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
สำหรับโครงสร้างรายได้ของบริษัท มาจากผลิตภัณฑ์หลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน บรรจุภัณฑ์สำหรับของหนัก ฟิล์มอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์อุปโภคบริโภค
โดยผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพแม้เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจ สำหรับในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขาย 3,025.70 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 153.94 ล้านบาท ต่อมาในปี 2567 มีรายได้จากการขาย 3,157.78 ล้านบาท และกำไรสุทธิ119.51 ล้านบาท และในปี 2568 มีรายได้จากการขาย 3,063.77 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 150.31 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในระยะ 3–5 ปี ขึ้นเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลาสติก โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา(R&D) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% ตามมาตรฐานสากล รองรับความต้องการของคู่ค้าระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
