
GFC เร่งเครื่องสาขา “พระราม 9” ปักหมุดลูกค้าต่างชาติ ดันธุรกิจมีบุตรยากโต
GFC เดินหน้า 3 กลยุทธ์ปี 69 เน้นสร้างรายได้จากสาขาพระราม 9 รุก Medical Tourism ขยายพันธมิตร และใช้ AI สร้าง New S-Curve พร้อมชงปันผลรวม 0.13 บาทต่อหุ้น
ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ว่า ในปี 2569 บริษัทจะมุ่งสร้างรายได้จากสาขาพระราม 9 เป็นหลัก พร้อมเปิดกว้างในการหาพันธมิตรเพื่อส่งเสริมธุรกิจและเพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ โดยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้วางไว้ 3 กลยุทธ์หลัก
ได้แก่ การปรับโครงสร้างการตลาดเชิงรุกในตลาดต่างประเทศภายใต้แนวคิด Medical Tourism ผ่านความร่วมมือกับเอเย่นต์เพื่อขยายตลาดในตะวันออกกลาง ยุโรป จีน และกลุ่มประเทศ CLMV การร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรไม่น้อยกว่า 10 แห่ง รวมถึงการวางแผนจับมือกับโรงพยาบาลของรัฐเพื่อให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยาก และการมองหาโอกาสลงทุนธุรกิจใหม่ ต่อยอดนวัตกรรม และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อสร้าง New S-Curve ให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ GFC ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศเติบโต 15-25% จากฐานเดิม โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าต่างประเทศเข้ามาใช้บริการอยู่แล้วราว 15% ของพอร์ตลูกค้ารวม แม้ที่ผ่านมาเป็นการเติบโตแบบออร์แกนิกโดยยังไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกอย่างจริงจัง สะท้อนศักยภาพของตลาดต่างประเทศที่ยังสามารถต่อยอดได้อีกมาก
ภก.นที ระบุว่า ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนการมีบุตรยังมีแนวโน้มเติบโตสูง จากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวโน้มระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่ชาวต่างชาติให้ความเชื่อมั่นในการเข้ามารับบริการ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการให้บริการของบริษัท โดยอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์อยู่ที่ 74% ของผู้เข้ารับบริการ
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเดินสายโรดโชว์เพื่อขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นบริการฝากไข่ โดยจะเน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่มากขึ้น เพื่อรองรับการวางแผนมีบุตรในอนาคตเมื่อมีความพร้อม
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 352.99 ล้านบาท ลดลง 18.77 ล้านบาท หรือ 5.05% จากปี 2567 ที่มีรายได้จากการให้บริการ 371.76 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามารับการรักษาลดลง สอดคล้องกับจำนวนรอบการเก็บไข่ในปี 2568 ที่ลดลง 91 รอบ หรือ 9.84% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี รายได้ที่ลดลงในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณรอบที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับราคาเข้ามาชดเชย
ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในปี 2568 อยู่ที่ 22.40 ล้านบาท ลดลง 69.52% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายคงที่และค่าเสื่อมราคาจากการขยายสาขาใหม่ ได้แก่ พระราม 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และอุบลราชธานี รวมกว่า 29.36 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E Ratio อยู่เพียง 0.14 เท่า
ส่วนของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น GFC ยังคงมีเป้าหมายจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท คิดเป็นเงินรวม 28.60 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท รวม 6.60 ล้านบาท ส่งผลให้คงเหลือเงินปันผลที่จะเสนอจ่ายอีกหุ้นละ 0.10 บาท รวม 22 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี

