
คัด 4 หุ้น “เครื่องดื่ม” รับโชคเงินบาทอ่อนค่า แนะเก็บ SAPPE-COCOCO-CBG-ICHI
บล.เอเซีย พลัส คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มเครื่องดื่มเท่าตลาด ชี้เงินบาทอ่อนค่าจากภาวะดอกเบี้ยสหรัฐสูงนานเป็นบวกต่อผู้ส่งออก โดย SAPPE เด่นสุด ส่วน COCOCO ได้อานิสงส์รองลงมา ขณะที่ CBG และ ICHI ยังน่าสนใจจากผลกระทบดอกเบี้ยต่ำและโอกาสรับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้นต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป จากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับมุมมองว่า FED อาจไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง
ทั้งนี้ การที่ตลาดให้น้ำหนักต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในระดับสูงเป็นเวลานาน หรือ higher for longer ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยเงินบาทปัจจุบันอ่อนค่าราว 4% นับจากต้นปี และอยู่ที่ระดับประมาณ 32.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับค่าเฉลี่ย 31.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยฝ่ายวิจัยมองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อหุ้นในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีรายได้จากการส่งออก โดยประเมินว่า บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE จะเป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสูงราว 70% และไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ขณะที่ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ในลำดับถัดมา แม้ว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสูงกว่าที่ประมาณ 85% แต่บริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน จึงทำให้ผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่าอาจถูกจำกัดมากกว่า SAPPE
ส่วน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ฝ่ายวิจัยมองว่าไม่น่าจะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากเงินบาทอ่อนค่า เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกน้อยกว่า และรายได้ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ซื้อขายกันในรูปเงินบาท
นอกจากนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์มองว่า กลุ่มเครื่องดื่มไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญจากประเด็นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากบริษัทในกลุ่มส่วนใหญ่มีสถานะเป็น net cash หรือมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งหนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศ
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มที่ระดับ “เท่ากับตลาด” โดยเลือก CBG และ ICHI เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมองว่าได้รับผลกระทบจำกัดจากประเด็นอัตราดอกเบี้ย และยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงถัดไป
อย่างไรก็ดี แม้ SAPPE จะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์เด่นจากเงินบาทอ่อนค่า แต่ความกังวลต่อยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

