“ศุภจี” ถก กกร. พรุ่งนี้ จ่อเคาะ “เม็ดพลาสติก-น้ำดื่ม” ขึ้นบัญชีสินค้าควบคุม

“ศุภจี” เตรียมถก กกร. พรุ่งนี้ (25 มี.ค.) เพิ่ม “เม็ดพลาสติก-น้ำดื่ม” เป็นสินค้าควบคุม บังคับขออนุญาตก่อนขึ้นราคา รับแรงกดดันต้นทุนพลังงาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางดูแลราคาสินค้า ภายหลังราคาน้ำมันดีเซลแตะระดับ 33 บาทต่อลิตร ว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุม คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธ์ เป็นประธาน เพื่อยกระดับมาตรการทางกฎหมาย ในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.69) พิจารณาเพิ่มรายการ สินค้าควบคุมที่จำเป็น อาทิ เม็ดพลาสติก ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงน้ำดื่มบรรจุขวด

ขณะเดียวกัน จะปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น จากเดิม “แจ้งเมื่อปรับราคา” เป็น “ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา” สำหรับกลุ่มสินค้านี้ เช่น กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ กกร. เช่นกัน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินหน้าโครงการ ไทยช่วยไทย ร่วมกับภาคเอกชนและสมาคมการค้า อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม

พร้อมกันนี้ จะจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ ธงฟ้าราคาประหยัด อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคม และเตรียมดำเนินโครงการ ธงเขียวพลัส เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยให้เกษตรกรในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเป็นฤดูเพาะปลูกสำคัญ

นายกรนิจ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังมีสต๊อกเดิมเพียงพอ จึงยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาในระยะนี้

ด้านการกำกับดูแล เมื่อวันที่ 23 มีนาคมผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งชุดผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าและภาวะการค้า รวม 393 แห่งทั่วประเทศ พบว่า สินค้าบางรายการ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ มีการปรับราคาตามต้นทุนและสภาพอากาศ ขณะที่ราคาผักยังทรงตัว ส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการกระทำผิดกฎหมาย 13 ราย ใน 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว พร้อมย้ำว่าจะเข้มงวดการกำกับดูแลราคาและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กกร. ได้กำหนดรายการสินค้าและบริการควบคุม ครอบคลุมหลายหมวดสำคัญ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพของประชาชน

โดยในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบด้วยสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่

ขณะที่หมวดอาหาร ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหารสำคัญ อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช แป้งสาลี รวมถึงผักและผลไม้บางชนิด

ส่วนหมวดพลังงานและวัตถุดิบอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เม็ดพลาสติก และยางพารา รวมถึงวัสดุก่อสร้างอย่างปูนซีเมนต์ เหล็ก และสายไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมหมวดสินค้าเกษตร ปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ยาป้องกันศัตรูพืช เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงหมวดบริการ เช่น บริการทางการแพทย์ บริการขนส่ง และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าปลีกสมัยใหม่

ทั้งนี้ รายการสินค้าควบคุมดังกล่าวเป็นไปตามประกาศของ กกร. ซึ่งสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศุภจี” สั่งเข้ม 59 สินค้าควบคุม ตรึงราคา รับมือวิกฤติพลังงาน

Back to top button