ถล่มหุ้น..ทิ้งทอง

ในที่สุดวันที่หุ้นทั่วโลกถูกขายทิ้งก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่อีฉันเคยพูดให้ฟังตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่า ในภาวะสงครามราคาหุ้นไม่ควรถีบตัวขึ้นแรง


ในที่สุดวันที่หุ้นทั่วโลกถูกขายทิ้งก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่อีฉันเคยพูดให้ฟังตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่า ในภาวะสงครามราคาหุ้นไม่ควรถีบตัวขึ้นแรง เพราะสงครามก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมันขาดแคลน ราคาสินค้าแพงขึ้นทันที ผู้คนไม่กล้าใช้เงิน ฯลฯ ซึ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวแบบนี้..กระทบตลาดหุ้นโดยตรงนะจะบอกให้

ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ทองคำที่ทุกคนมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ดันถูกนักลงทุนขายทิ้งอย่างหนักหน่วง จนราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทองไทยอยู่ที่ระดับ 6.72 หมื่นบาทแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช่วงที่ชุลมุนสุด ๆ และทำให้นักลงทุนเกิดอาการเซ็งเป็ดกันเป็นแถว เพราะสถานการณ์กลับตาลปัตรในเวลาอันรวดเร็ว จนไม่รู้ว่า “หุ้น” กับ “ทอง” จะกลับมาขึ้นได้ตอนไหนแบบนี้..อีฉันก็ไปไม่เป็นเหมือนกันค่ะ 

โดยเฉพาะการที่ดัชนีทำท่าจะหลุดแนวรับ 1,400 จุด แต่สุดท้ายต้านไม่ไหว และปิดไปที่ระดับ 1,397.34 จุด ลบไป 35.65 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.14 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นโมเมนตัมที่ไม่ดีเอาเสียเลย (ต่างชาติกับกองทุนสาดหุ้นทิ้ง 9 พันล้านบาท) เพราะภาพใหญ่ที่สะท้อนออกมาเป็นการแกว่งตัวลงค่อนข้างชัดเจน อีกทั้งผลกระทบที่เกิดจากภาวะสงครามเริ่มส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไทย อีฉันเลยกังวลว่า งบไตรมาส 1 จะเป็นอย่างไร? และไตรมาส 2 จะรอดไหม?

เหมือนกับในรายของ BDMS พยายามสู้แรงขายมาสัปดาห์กว่า ๆ และประคองตัวไม่ให้หลุด 18.50 บาทได้อย่างยอดเยี่ยม แต่วานนี้กลับโดนรินขายตลอดทั้งวัน ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 18.30 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.84 พันล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันรู้ได้ทันทีว่า นักลงทุนไม่กล้าแทงสวนเหมือนเมื่อก่อน เลยใช้วิธี “ถอยรับ..ถอยรับ” เพื่อป้องกันความเสี่ยงแบบนี้..ซึมยาวซิคะ

เม้าท์ถึงประเด็นที่นักลงทุนไม่กล้าเล่นขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นขายไก่ขายหมู CPF เพื่อชี้ให้เห็นกำลังซื้อลดลงมีผลต่อการลงทุนเต็ม ๆ ทั้งที่ธุรกิจอาหารน่าจะเฟื่องฟูในภาวะสงคราม แต่ดันกลายเป็นว่า คนกลัวยอดขายตก และต้นทุนพุ่ง วานนี้จึงเห็นหุ้นยืนปิดที่ระดับ 19.20 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 4.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 797 ล้านบาทแบบนี้..ไปรอรับที่ฐานเก่าบริเวณ 18.50 บาทดีกว่านะค่ะ

อีกรายที่กระทบเต็ม ๆ คงมองไปที่หุ้นสนามบินอย่าง AOT ซึ่งโดนเทขายออกมาเรื่อย ๆ ก่อนสหรัฐฯ จะเปิดฉากถล่มอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งทำใหราคาหุ้นร่วงจากไฮเดิมที่ทำไว้บริเวณ 59 บาท พร้อมลงมาทำโลว์ที่ระดับ 45 บาทหลังยิงกันตูมตาม แต่หุ้นก็สู้กลับด้วยการวิ่งขึ้นไปยืนแถว 50 บาท จนวานนี้อีฉันเห็นหุ้นยืนปิดที่ระดับ 47.75 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.98 พันล้านบาทแบบนี้..สงสัยจะแกว่งตัวลงอีกกระมัง!

โดยลางสังหรณ์ดังกล่าวดูได้จากหุ้น GLOBAL ซึ่งอีฉันเม้าท์ให้ฟังเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สงสัยหุ้นจะลงมาที่โลว์เก่าบริเวณ 5.50 บาท และวันนั้นหุ้นก็ยืนปิดที่บริเวณ 5.90 บาท และพยายามประคองตัวไม่ให้ทรุดลงอีก แต่ทันทีที่ภาวะการลงทุนไม่เป็นใจ แรงขายก็ไหลออกมาเยอะแยะไปหมด จนหุ้นยืนปิดที่ระดับ 5.55 บาท ลบไป 0.45 บาท หรือลงไป 7.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาทแบบนี้..บอกได้คำเดียวว่า หุ้นต้องเด้ง!..ถ้าไม่เด้งลงยาวนะตัวเอง

เช่นเดียวกับในรายของ TIDLOR ที่วันนี้ถูกความกังวลเรื่องสินเชื่อไม่โต และหนี้เสียพุ่งเข้าครอบงำเต็มตัว ก็เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่อนไปในทาง “ทรงกับทรุด” จึงกลายเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนสถาบันเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง และทำให้การยืนปิดที่ระดับ 14.10 บาท ลบไป 1.30 บาท หรือลงไป 8.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 578 ล้านบาท กลายเป็นช็อตวัดใจว่า หุ้นต้องเด้ง! เพราะเที่ยวก่อนหุ้นเด้งตรงฐานนี้พะยะค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button