MASTEC กางแผน 3 ปี รุกธุรกิจพลังงาน-M&A ดันรายได้ทะลุ 2.2 พันล้าน

MASTEC ปักหมุด 3 ปี (ปี 69-71) รุก New S-Curve ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ควบแผน M&A เสริมแกร่งธุรกิจหลัก หวังปั้นรายได้ทะยานแตะ 2,270 ล้านบาท กำไร 158 ล้านบาท ภายในปี 2571 พร้อมยกระดับ ESG เต็มสูบ


นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้วางแผนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2569–2571 ในการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยกำหนดเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 1,338 ล้านบาท 1,800 ล้านบาท และ 2,270 ล้านบาท ตามลำดับ ควบคู่กับเป้าหมายกำไรสุทธิที่ระดับ 93 ล้านบาท 138 ล้านบาท และ 158 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก (Core Business) ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญ ประกอบด้วย 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนากลุ่มธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงาน บริษัทฯ ได้กำหนดแผนการเติบโตออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพธุรกิจหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดการสร้างรายได้ผ่านกลยุทธ์ Cross-sell และ Up-sell รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ

ในระยะที่ 2 บริษัทฯ มีแผนขยายการดำเนินงานสู่โมเดลธุรกิจพลังงานและบริการ อาทิ การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด การบริหารจัดการพลังงาน (ESCO) และการพัฒนาโซลูชันทางการเงิน (Financial Solutions) เพื่อสร้างฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว ขณะที่แผนระยะที่ 3 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายต่อยอดสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร (Energy Solution Provider) โดยมุ่งพัฒนาแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) และขยายตลาดครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับกลุ่มธุรกิจพลังงานและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทฯ

นอกจากนี้ MASTEC ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversification) และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจผ่านกลยุทธ์การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (Mergers & Acquisitions: M&A) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในระยะยาว

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลให้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยจะดำเนินการสื่อสารความคืบหน้าและความสำเร็จในแต่ละระยะให้นักลงทุนรับทราบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านแนวทางการบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการบูรณาการหลักการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

Back to top button