
“มอร์แกน สแตนลีย์” ชี้ดีเซลไทยตึงตัว ชู BCP-PTTGC รับอานิสงส์
"มอร์แกน สแตนลีย์" ชี้ไทยปรับขึ้นดีเซลรอบ 3 รับอุปทานตึงตัว กองทุนน้ำมันฯ แบกหนี้ 4 หมื่นลบ. แต่มองบวกต่อคุณภาพกำไรระยะยาว ชูหุ้น BCP และ PTTGC รับอานิสงส์เด่นสุด ส่วน TOP และ OR แนะนำเท่าตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานอ้างอิงบทวิเคราะห์จาก “มอร์แกน สแตนลีย์” (Morgan Stanley) ระบุว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการปรับขึ้นราคาดีเซลเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ตามประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยการปรับขึ้นราคารอบล่าสุดนี้ ส่งผลให้ราคาค่าการกลั่นสุทธิที่โรงกลั่นได้รับ (Diesel Realization) จะอยู่ที่ระดับประมาณ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่จากการให้เงินอุดหนุนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กองทุนฯ มีผลขาดทุนสะสมอยู่ในระดับ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4 หมื่นล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทิศทางราคาน้ำมันที่มีความผันผวนมักจะสร้างความท้าทายในระยะสั้นให้กับกลุ่มผู้ค้าปลีกน้ำมัน แต่จากแนวโน้มในอดีตสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพของกำไรจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อสถานการณ์ต่างๆ เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสงบ โดยการปรับขึ้นราคาดีเซลล่าสุดในประเทศไทย ถือว่าสอดคล้องกับมาตรการที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังดำเนินการเช่นเดียวกัน ด้วยการปรับขึ้นราคาน้ำมันเพื่อตอบสนองต่อภาวะอุปทานในตลาดที่ตึงตัว
มอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินเพิ่มเติมว่า มีผู้ผลิตน้ำมันของไทยหลายแห่งที่มีศักยภาพและพร้อมที่จะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมองว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นในด้านโอกาสการเติบโต ขณะที่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้รับคำแนะนำการลงทุนในระดับเท่ากับตลาด (Equal Weight)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันอาจเผชิญกับแรงกดดันในระยะสั้น แต่ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งที่สำคัญจากการมีสต็อกน้ำมันสำรองที่เพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 2 เดือน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำของภูมิภาคเอเชียในด้านการเข้าถึงน้ำมัน โดยเป็นรองเพียงประเทศอินเดีย จีน มาเลเซีย และญี่ปุ่นเท่านั้น

