
“มอร์แกน สแตนลีย์- KKP” เชียร์ซื้อ TOP งบ Q1แกร่งเกินคาด เคาะเป้า 58 บาท
มอร์แกน สแตนลีย์-บล.เกียรตินาคินภัทร คงมุมมองบวกต่อ TOP หลังงบไตรมาส 1/69 แข็งแกร่งเกินคาด ชูการปรับพอร์ต จัดหาน้ำมันหนุนประสิทธิภาพ โดยยังคงให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 58 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ มอร์แกน สแตนลีย์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP คงคำแนะนำ “Overweight” พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 58 บาท หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แข็งแกร่งกว่าคาด และมีการปรับเปลี่ยนแนวทางจัดหาน้ำมันดิบเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน
รายงานระบุว่า ในไตรมาส 1/2569 สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยออยล์ 91% มาจากตะวันออกกลาง แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนเมษายน-พฤษภาคม เหลือเพียง 34-35% ของปริมาณนำเข้าต่อเดือน ขณะที่การนำเข้าจากเอเชียตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 26-52% จากเดิมเพียง 1% ในไตรมาสแรก
นอกจากนี้ บริษัทเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือในเดือนพฤษภาคม คิดเป็น 20% และ 15% ตามลำดับ สะท้อนการกระจายแหล่งจัดหาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน
ไทยออยล์คาดว่า อัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (GRM) ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 13.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนชะลอลงเหลือ 1.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/2569 จาก crack spread ที่กลับสู่ภาวะปกติ โดยประเมินค่าเฉลี่ยตลอดปี 2569 อยู่ที่ 8.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบในไตรมาส 2 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า แตะระดับราว 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนทยอยปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี
ด้านฐานะการเงิน หนี้สุทธิของไทยออยล์ (รวมเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับการสนับสนุนจาก ปตท.) ลดลง 18% เหลือ 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอัตรากำไรที่ดีขึ้น ส่งผลให้กระบวนการลดหนี้เป็นไปเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOP ที่ราคาเป้าหมาย 57.10 บาท หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.5 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน
ปัจจัยหนุนหลักมาจากกำไรจากสต็อกน้ำมัน 1.68 หมื่นล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2 พันล้านบาท และกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2.4 พันล้านบาท แม้ถูกหักล้างบางส่วนจากขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงรวม 8.9 พันล้านบาท
ทั้งนี้ แม้แนวโน้มไตรมาส 3/2569 อาจเผชิญแรงกดดันจาก market GRM ที่อ่อนตัวและความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันราว 12.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่นักวิเคราะห์ยังคงมองบวกต่อหุ้น TOP จากมูลค่าที่น่าสนใจและแนวโน้มเงินปันผลในระดับสูง
