
“บลจ.” จับมือ “ประกัน-ต่างชาติ” ซื้อตราสารหนี้ไทย 3.6 หมื่นล้าน
ThaiBMA เผยยอดเทรดตราสารหนี้ 1.13 แสนลบ. บลจ. ซื้อสุทธิ 3.6 หมื่นลบ. ต่างชาติเก็บ 173 ลบ. ด้านยีลด์เคิร์ฟขยับขึ้น 0.02-0.03% รับข่าวสงครามใกล้จบดันน้ำมันพุ่ง จับตา PMI จีน-ญี่ปุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 113,491 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิ 36,034 ล้านบาท และ 2. กลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิ 437 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 173 ล้านบาท
สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ พบว่ามีกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) 173 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการซื้อสุทธิ 173 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติครบกำหนดอายุ (Expired) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 1.68% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.03% จากวันก่อนหน้า
ภาพรวมของตลาดในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 0.02%-0.03% ในกลุ่มตราสารระยะยาว หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงว่าสถานการณ์สงครามจะยังคงดำเนินต่อไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ พร้อมกับเน้นย้ำว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงในไม่ช้า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.1% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5%
ทางด้านปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล ได้รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐอเมริกา ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.3 ในเดือนมีนาคม จากระดับ 51.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ทั้งนี้ ตลาดอยู่ระหว่างการติดตามรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของประเทศญี่ปุ่นและจีน ประจำเดือนมีนาคม ที่จะมีการเปิดเผยในคืนนี้


