สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 2 เม.ย.69

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานรับข่าวเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ด้านน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 11% ทะลุ 111 ดอลลาร์ หลัง "ทรัมป์" ขู่ยกระดับโจมตีอิหร่าน หนุนดอลลาร์แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายในทิศทางผสมผสานเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อยที่ระดับ 46,504.67 จุด ลดลง 61.07 จุด หรือลดลง 0.13% ในขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดเพิ่มขึ้น 7.37 จุด หรือ 0.11% แตะที่ 6,582.69 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 38.23 จุด หรือ 0.18% แตะที่ 21,879.18 จุด ปัจจัยบวกหลักมาจากการรายงานข่าวที่ระบุว่านานาประเทศกำลังเร่งร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาการชะงักงันของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยลดทอนความวิตกกังวลของตลาดจากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะยกระดับการโจมตีอิหร่าน

ด้านตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปิดปรับตัวลดลง แต่สามารถฟื้นตัวและลดช่วงลบได้ก่อนปิดตลาด เนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความหวังต่อการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ แม้ว่าจะยังมีแรงกดดันจากท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป ส่งผลให้ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 596.63 จุด ลดลง 1.06 จุด หรือ 0.18% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,962.39 จุด ลดลง 18.88 จุด หรือ 0.24% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,168.08 จุด ลดลง 130.81 จุด หรือ 0.56% ในทางตรงกันข้าม ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดแดนบวกที่ 10,436.29 จุด เพิ่มขึ้น 71.50 จุด หรือ 0.69% รับอานิสงส์จากการที่รัฐบาลอังกฤษประกาศตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาเพื่อหารือเรื่องการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ในส่วนของตลาดพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 11.41% หรือ 11.42 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 111.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.87 ดอลลาร์ หรือ 7.78% ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและลุกลาม ภายหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ข่มขู่ว่าจะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน

ขณะเดียวกัน สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวลดลง 133.40 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 4,679.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดถูกกดดันจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังไร้ความชัดเจนเรื่องการยุติสงคราม ส่งผลให้นักลงทุนหวั่นเกรงว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตการณ์ด้านพลังงานให้ย่ำแย่ลง และอาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก

ทางด้านตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้วัดความเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก แข็งค่าขึ้น 0.38% แตะระดับ 100.024 เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดและแนวโน้มการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหลังคำขู่โจมตีอย่างหนักของผู้นำสหรัฐฯ

Back to top button