
KLINIQ เด้ง 3% รับแผนเปิดสาขาใหม่ 13 แห่ง ดันรายได้ปี 69 โต 20% โบรกชูเป้า 33 บ.
KLINIQ ปรับตัวบวก 3% รับแผนขยายสาขาใหม่ 13 แห่งในปี 2569 หนุนเป้ารายได้โต 20% โบรกมองแผนรุกชัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท
สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ณ เวลา 11:11 น. อยู่ที่ระดับ 24.50 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 3.38% ราคาสูงสุด 24.60 บาท ราคาต่ำสุด 23.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.76 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น KLINIQ ว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 20% จากปีก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเติบโต 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากปี 2568 รายได้เติบโต 19% โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่รวม 13 แห่ง มากกว่าสมมติฐานของ KSS ที่ประเมินไว้ 9 แห่ง
ขณะนี้บริษัทได้จัดเตรียมทำเลครบทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย The Klinique 1 แห่ง, L.A.B.X 3 แห่ง, L’Clinic 5 แห่ง และอีก 4 แห่งที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ซึ่งคาดว่าอาจมีแบรนด์ Acne Lab เพิ่มเติม ขณะที่บริษัทประเมินว่าการเติบโตของกำไรจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้
ทั้งนี้ บริษัทให้น้ำหนักการขยายสาขาในกลุ่มแบรนด์ L.A.B.X และ L’Clinic มากขึ้น โดย L.A.B.X ซึ่งเป็นแบรนด์คลินิกลำดับที่ 2 ของบริษัท อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนและมีสัดส่วนรายได้ราว 25% ของรายได้รวม ส่วน L’Clinic ซึ่งเป็นแบรนด์คลินิกลำดับที่ 3 มุ่งเจาะกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งประมาณ 5,000 บาท หลังจากเปิดดำเนินการมาแล้วราว 1.5 ปี บริษัทมีความมั่นใจต่อแนวโน้มธุรกิจมากขึ้นและเตรียมเร่งขยายสาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% และในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดอย่างน้อย 5 แห่ง
ในระยะยาว บริษัทมองว่าทั้ง 2 แบรนด์ดังกล่าวมีศักยภาพขยายได้ถึง 50 สาขาต่อแบรนด์ ใกล้เคียงกับแบรนด์หลัก The Klinique ที่ปัจจุบันมี 46 สาขา นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มทดลองโมเดลคลินิกรักษาสิวภายใต้แบรนด์ “Acne Lab” โดยเปิดสาขาแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนที่สยามวัน และมีโอกาสขยายเพิ่มในปีนี้ เบื้องต้นบริษัทประเมินว่าธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจต่อยอดที่น่าสนใจ ใช้เงินลงทุนไม่สูง และมีอัตรากำไรค่อนข้างดี
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทประเมินว่าในขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยด้านรายได้ยังคงเติบโตตามกรอบเป้าหมายทั้งปีที่ 20% จากปีก่อน และผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ด้านต้นทุน บริษัทระบุว่าได้ล็อกราคาเครื่องมือการแพทย์ไว้ครบแล้ว
ส่วนแผนการก่อสร้างโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งใหม่ ซึ่ง KLINIQ จะรับผิดชอบเฉพาะการลงทุนในส่วนเครื่องมือแพทย์และงานตกแต่งภายใน ขณะที่เจ้าของที่ดินรับผิดชอบโครงสร้างอาคารนั้น บริษัทยังสามารถยืนยันเงื่อนไขราคาเดิมได้ โดยงบลงทุนในส่วนตกแต่งและเครื่องมือแพทย์อยู่ที่ 192 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม KSS ระบุว่า ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความเสี่ยงด้านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น ยังมีความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมบ้าง แต่ยังไม่กระทบต่อความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ภายใต้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ที่ 85%
ฝ่ายวิเคราะห์ KSS มีมุมมอง “Slightly Positive” ต่อผลการประชุมร่วมกับบริษัท เนื่องจากเห็นว่าแผนขยายธุรกิจในปีนี้ยังมีลักษณะเชิงรุก โดยบริษัทมีความพร้อมด้านทำเลสำหรับสาขาใหม่ครบทั้ง 13 แห่ง ครอบคลุมทั้งแบรนด์ที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนอย่าง L.A.B.X และแบรนด์ที่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ตลาดอย่าง L’Clinic และ Acne Lab
ทั้งนี้ KSS ยังคงประมาณการกำไรปี 2569 เติบโต 11% จากปีก่อน ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท จากความท้าทายในการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 33 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร (PER) ที่ 18 เท่า โดยมองว่า KLINIQ เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งด้านแบรนด์และยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง
