MOONG ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 1,000 ล้านบาท รุกสินค้าใหม่-เจาะตลาดผู้สูงอายุ

MOONG ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 1,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ต 4 กลุ่มสินค้า รุกตลาดผู้สูงอายุ และลุยออกสินค้าใหม่ 20-30 รายการ พร้อมใช้จุดแข็งด้าน Distribution ที่ครอบคลุมหลายช่องทางหนุนการเติบโตต่อเนื่อง


นายเมธิน  เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MOONG เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง การขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูง และความแข็งแกร่งของระบบกระจายสินค้าที่ครอบคลุมหลายช่องทางทั่วประเทศ

ทั้งนี้แม้บริษัทจะเป็นที่รู้จักจากสินค้ากลุ่มแม่และเด็กเป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้ขยายพอร์ตสินค้ากว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มเชิงโครงสร้างของสังคม โดยเฉพาะอัตราการเกิดที่ลดลง บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาสินค้าใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าแม่และเด็ก, Personal Care and House, Food and Beverage และสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ

โดยกลุ่มสินค้าแม่และเด็กยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนรายได้มากที่สุดราว 40-50% ขณะที่กลุ่มอื่นเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Food and Beverage และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาวตามโครงสร้างประชากรไทยและภูมิภาค

อย่างไรก็ตามแม้อัตราการเกิดของเด็กจะลดลง แต่ตลาดสินค้าแม่และเด็กระดับพรีเมียมยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวโน้มมีบุตรน้อยลง แต่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายต่อบุตรหนึ่งคนมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าพรีเมียมยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทที่เน้นสินค้าในระดับกลางถึงพรีเมียม

ขณะเดียวกันบริษัทเร่งรุกตลาดผู้สูงอายุ ซึ่งเริ่มมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น โดยบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของกลุ่มนี้ในปี 2569 ในระดับสูง โดยมีโอกาสขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญจากฐานที่ยังไม่สูงมาก

สินค้าหลักในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ แชมพูและสบู่สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องล้างน้ำ ตอบโจทย์ผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยพักฟื้น และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเฉพาะทาง

โดยจุดแข็งสำคัญของ MOONG คือความเชี่ยวชาญด้าน Distribution และการทำตลาด โดยบริษัทมีทีมขายของตนเองและครอบคลุมช่องทางจำหน่ายทั้ง Modern Trade, Traditional Trade, Export, E-commerce, Food Service ตลอดจนช่องทางเฉพาะทาง เช่น โรงพยาบาลและโรงงาน ทำให้บริษัทสามารถเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้รับจ้างทำตลาด-กระจายสินค้าให้กับแบรนด์อื่นได้

ในด้านการพัฒนาสินค้าโดยปกติจะมีการออกสินค้าใหม่ราว 20-30 รายการต่อปี ทั้งในรูปแบบการปรับสินค้าเดิมและการเปิดหมวดสินค้าใหม่ โดยในปี 2569 ยังคงมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องในทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของรายได้

ขณะเดียวกัน MOONG ยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยได้เข้าถือหุ้นราว 26% ในบริษัท JSW Asset ซึ่งดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางและสกินแคร์จากเกาหลีใต้ ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก อาทิ Shopee, Lazada และ TikTok โดยมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีศักยภาพต่อยอดร่วมกับเครือข่ายการขายและการตลาดของบริษัทในอนาคต

อย่างไรก็ดีผู้บริหารยอมรับว่า ปี 2569 ยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและสถานการณ์สงคราม ขณะที่อีกประเด็นสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงด้าน Supply เนื่องจากบางวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจึงเร่งประสานกับซัพพลายเออร์เพื่อสำรองสินค้าและล็อกราคาล่วงหน้าในบางส่วน

แม้ธุรกิจจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนแต่แนวโน้มในไตรมาส 1/2569 ยังไม่เห็นสัญญาณกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน และยังคงมั่นใจต่อเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ระดับ 1,000 ล้านบาท

Back to top button