
สมาชิกแฉ! เลือกตั้ง ส.อ.ท. ส่อทุจริต ขนบัตร-ใช้นอมินี จี้ ก.อุตฯ สั่งโมฆะ
กลุ่มสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สุดทน ยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แฉพฤติกรรมส่อทุจริตการเลือกตั้งกรรมการเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 ชี้พบความผิดปกติร้ายแรง จ่ายค่าสมาชิกแทนกัน และใช้ระบบนอมินี จี้ประกาศผลเป็นโมฆะ พร้อมเสนอสังคายนาระเบียบใหม่ให้โปร่งใส
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 นายวิวรรธ์ เหมมณฑารพ สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เดินทางการเข้ายื่นหนังสือต่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 โดยเรียกร้องให้มีการพิจารณาประกาศให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากพบความผิดปกติที่ส่อเจตนาทุจริตอย่างชัดเจน
นายวิวรรธ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานในองค์กรมากว่า 30 ปี ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัยในวันเลือกตั้ง คือมีการนำกระเป๋าเดินทางบรรจุบัตรลงคะแนนจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ โดยบุคคลเพียงรายเดียวสามารถลงคะแนนแทนบริษัทสมาชิกได้นับร้อยราย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่ามีกระบวนการจ่ายเงินค่าสมาชิกให้แก่บริษัทต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงคะแนน หรือที่เรียกกันโดยพฤตินัยว่าการซื้อเสียง โดยบางบุคคลมีการจ่ายเงินให้สมาชิกสูงถึง 60-70 บริษัท เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง อันเป็นการทำลายระบอบธรรมาภิบาลขององค์กร และส่งผลให้ผลการเลือกตั้งขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ขณะเดียวกันก็พบว่าโครงสร้างการเลือกตั้งในครั้งนี้มีความบกพร่องอย่างรุนแรง เนื่องจากใน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม มีหลายกลุ่มที่ไม่มีตัวแทนเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการ ส.อ.ท. เลย ซึ่งขัดต่อหลักการเป็นตัวแทนอุตสาหกรรมของประเทศ พร้อมทั้งระบุว่าปัญหานี้เกิดจากข้อบังคับที่ล้าสมัยมาตั้งแต่ปี 2550 และถูกใช้เป็นช่องว่างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายตนเองมาโดยตลอด
ดังนั้นจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตาม พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ให้ดำเนินการดังนี้ 1.ประกาศให้การเลือกตั้งวันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นโมฆะ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการที่ถูกต้อง 2. แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขกฎระเบียบ โดยดึงหน่วยงานกลาง อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) และ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มาร่วมยกร่างข้อบังคับใหม่ และ 3.ปฏิรูประบบการลงคะแนน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกสมาชิกและป้องกันการมอบอำนาจโดยมิชอบ
”หากไม่แก้ไขปัญหาแบบถอนรากถอนโคนในครั้งนี้ ความเสียหายจะสะสมและรุนแรงยิ่งขึ้นในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ผมต้องการเห็น ส.อ.ท. เป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือของกลุ่มผลประโยชน์ใดกลุ่มหนึ่ง” นายวิวรรธ์ กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อมั่นในภาวะผู้นำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านใหม่ ว่าจะมีความเข้าใจในปัญหาและกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของภาคอุตสาหกรรมไทย ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อเลือกประธานสภาอุตสาหกรรมท่านใหม่ในวันที่ 28 เม.ย.นี้

