FSS ดัน ASEMI24 ขึ้นแท่น Flagship DR ชูชิปเอเชียกำไรพุ่ง

FSS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Thematic DR ของไทย ดัน "ASEMI24" ขึ้นแท่น Flagship DR หลังสร้างผลตอบแทนโดดเด่น ดัน AUM ทะลุ 100 ล้านบาท รับอานิสงส์เมกะเทรนด์อุตสาหกรรม Semiconductor ในเอเชียเติบโตแรง พร้อมเผยกำไรบริษัทขนาดใหญ่ในเอเชียพุ่ง 30-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชี้มูลค่ามีโอกาสขยายตัวสูงกว่าสหรัฐฯ แนะนักลงทุนกระจายพอร์ตครอบคลุมทั้งสองภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยง


นางสาวกัญญวรท ธาดาสีห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจการลงทุนต่างประเทศ บริษัท ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยว่า ปัจจุบัน FSS ในฐานะผู้นำด้านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Thematic DR) ของประเทศไทย ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ Thematic DR ครบ 13 หลักทรัพย์ ซึ่งครอบคลุมเมกะเทรนด์สำคัญระดับโลก ทั้งในกลุ่ม Semiconductor และกลุ่ม Robotics & AI

ทั้งนี้ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ “ASEMI24” ถือเป็น Flagship DR ที่มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยอ้างอิงกับกองทุน Global X Asia Semiconductor ETF ซึ่งมีการกระจายการลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำกว่า 40 แห่ง ครอบคลุม 4 ประเทศแกนหลักของอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ASEMI24 สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น พร้อมทั้งมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ที่เติบโตทะลุระดับ 100 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเทรนด์ดังกล่าวในระยะยาว

ทางด้าน ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ FSS เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนในกลุ่มนี้ว่า การลงทุนในกลุ่ม Semiconductor มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการเติบโตของกำไรในฝั่งเอเชีย โดยผลประกอบการในไตรมาสล่าสุดของบริษัทขนาดใหญ่มีกำไรขยายตัวระดับ 30-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับธุรกิจดังกล่าวกำลังเป็นกระแส ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“เรามองว่าบริษัทส่วนใหญ่ในเอเชียอยู่ในกลุ่มพื้นฐานการผลิต ทำให้มูลค่า (Valuation) มีโอกาสขยายตัวได้มากกว่าฝั่งสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โอกาสการลงทุนจึงค่อนข้างสดใสในปีนี้ ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการชิปในสหรัฐอเมริกา เรามองไปที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า” ดร.จิติพล กล่าว

อย่างไรก็ดี สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจ FSS มีคำแนะนำว่า ไม่ควรเลือกลงทุนเป็นรายบริษัทในสัดส่วนที่สูงจนเกินไป เนื่องจากธุรกิจชิปกำลังอยู่ในช่วงของการขยายตัว ซึ่งพัฒนาการที่ก้าวกระโดดอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำทางธุรกิจได้เพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้น จึงควรมีการกระจายการลงทุนให้ครอบคลุมทั้งสองภูมิภาค เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Back to top button