
“เอเซีย พลัส” ชี้ท่องเที่ยวไทย Q2 จุดต่ำสุด! ก่อนฟื้นยาวถึงปี 70 ชู AOT-CENTEL-ERW เด่น
บล.เอเซีย พลัส ชี้ราคาน้ำมันอ่อนตัวช่วยลดแรงกดดันต้นทุน หนุนหุ้นท่องเที่ยวผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 ก่อนทยอยฟื้นตั้งแต่ปลาย เม.ย. ต่อเนื่องครึ่งปีหลังและยาวไปถึงปี 70 พร้อมชู AOT, CENTEL และ ERW เป็นหุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดยังคงคาดหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังคงอยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (สูงสุดอยู่ที่ 119.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) และส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานกลับมาปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตแข็งแกร่ง แม้นักท่องเที่ยวระยะไกลชะลอตัวตามภาวะสงคราม หนุนมุมมองบวกต่อหุ้นในธีม De-escalation Trade โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมภาคท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มเป็นช่วงต่ำสุดของปี จากแรงกดดันตามฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับความต้องการเดินทางทางอากาศที่ชะลอลงในช่วง Low Season โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ดี มองว่าผลกระทบต่อประมาณการกำไรทั้งปีของกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับจำกัด และมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3 ปี 2569 ถึงไตรมาส 1 ปี 2570
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยรายสัปดาห์ของ IATA ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 พลิกกลับมาปรับตัวลดลง 5% จากสัปดาห์ก่อน สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบ Brent และค่าการกลั่นน้ำมันอากาศยาน (Crack Spread) ที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดย Crack Spread ลดลง 22% จากสัปดาห์ก่อน สะท้อนอุปสงค์การเดินทางทางอากาศที่ชะลอลงตามฤดูกาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาพดังกล่าวส่งสัญญาณว่า การปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินผ่านการเรียกเก็บ Fuel Surcharge ของสายการบินในช่วงถัดไปมีแนวโน้มเริ่มทรงตัว หลังต้นทุนเชื้อเพลิงปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารได้ในระยะต่อไป
ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงวันที่ 6-12 เมษายน 2569 อยู่ที่ 619,481 คน แม้ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) แต่ถือว่าเป็นไปตามภาวะสงครามในตะวันออกกลาง หลังสายการบินจากภูมิภาคดังกล่าวกลับมาให้บริการได้เพียงประมาณ 42%-67% ของระดับก่อนเกิดสงคราม แม้จะถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากช่วงต้นเดือนมีนาคมที่กลับมาบินได้เพียงราว 10% ของภาวะปกติ
อย่างไรก็ดี หากเทียบกับสัปดาห์ก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังขยายตัว 9% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 106,504 คน เพิ่มขึ้น 25% จากสัปดาห์ก่อน และเพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงส่งของเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนให้เห็นว่า หากมีปัจจัยสนับสนุนด้านกิจกรรมหรือเทศกาลสำคัญ ความต้องการเดินทางยังมีอยู่
เอเซีย พลัส มองว่า ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์มีโอกาสฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะจากตลาดจีนที่ได้รับแรงหนุนจากวันแรงงาน ก่อนที่ภาพรวมรายเดือนจะทยอยผ่านจุดต่ำสุดของปีตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไปตามปัจจัยฤดูกาล
ในเชิงผลประกอบการ แม้ผลกระทบต่อการเดินทางจะชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 แต่มองว่าไม่ใช่ปัจจัยใหม่สำหรับตลาด อีกทั้งช่วง Low Season เป็นสัดส่วนกำไรของบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ในระดับไม่เกิน 10% ของกำไรทั้งปี ทำให้ผลกระทบต่อประมาณการกำไรทั้งปีอยู่ในวงจำกัด โดยทุกการลดลงของกำไรไตรมาสดังกล่าว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน จะกระทบกำไรทั้งปีไม่เกิน 3%
โดยสรุป เอเซีย พลัส ประเมินว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีสำหรับภาคท่องเที่ยวไทย ก่อนที่แนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 ไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2570 ตามฤดูกาล ประกอบกับเสถียรภาพด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการเดินทางให้กลับมาฟื้นตัวในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี ในมุมมองการลงทุน หุ้นท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของจำนวนนักเดินทางอย่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ยังคงเป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตา ควบคู่กับหุ้นโรงแรมอย่าง CENTEL และ ERW

