TrustDecision ชูเทคโนโลยี Agentic AI ยกระดับระบบจัดการความเสี่ยงรับ Virtual Bank ไทย

TrustDecision โชว์เทคโนโลยี Agentic AI บนเวที Money20/20 Asia ยกระดับระบบบริหารความเสี่ยงหนุนแบงก์-ฟินเทคอาเซียน เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมรับมือการเปิดตัว Virtual Bank ในไทยกลางปี 69


TrustDecision ผู้นำระดับโลกด้านระบบตัดสินใจความเสี่ยงอัจฉริยะ (Risk Intelligence) ประกาศก้าวย่างสำคัญบนเวที Money20/20 Asia ณ กรุงเทพมหานคร โดยเผยวิสัยทัศน์การยกระดับขีดความสามารถด้าน “Agentic AI” เพื่อสนับสนุนภาคธนาคารและฟินเทคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินที่กำลังยกระดับจากระบบที่อิงกฎเกณฑ์เดิม (Rule-based) ไปสู่แพลตฟอร์มการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI เป็นแกนหลัก ซึ่งนับเป็นการขานรับความพร้อมก่อนการเปิดตัวธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ในประเทศไทยภายในช่วงกลางปี 2569 นี้

ปัจจุบัน สถาบันการเงินทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งนำ AI ไปใช้จริงในกระบวนการด้านความเสี่ยงเครดิตและการตรวจจับการฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่แท้จริงกลับไม่ใช่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของ “การกำกับดูแล” (Governance) ที่กลายเป็นโจทย์ที่ยากและซับซ้อนกว่าความสามารถของตัวเทคโนโลยีเอง โดย TrustDecision ได้ตอกย้ำจุดโฟกัสใหม่ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีทำได้ถึงขั้นไหน ไปสู่การให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล ความสามารถในการควบคุม และความโปร่งใสในการอธิบายผลลัพธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด และรักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงินที่มีความเสี่ยงสูงในโลกดิจิทัล

ภายในงาน Money20/20 Asia ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21-23 เมษายนที่ผ่านมา TrustDecision ได้ประกาศเปิดตัวความสามารถด้าน Agentic AI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการตัดสินใจที่ใช้ AI เป็นแกนหลักตั้งแต่การออกแบบระบบ เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ โดยแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์นี้ได้ผสานชุดของ AI agents ที่ออกแบบเฉพาะตามโดเมนงาน เพื่อแปลงข้อมูลเชิงลึกให้เป็นการดำเนินการจริง ประกอบด้วย

1.Investigation AI agent: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ออกแบบมารองรับการวิเคราะห์กรณีการฉ้อโกงและการฟอกเงิน ตั้งแต่ขั้นตอนการดึงข้อมูล การติดตามเส้นทางการเงิน การวิเคราะห์พฤติกรรม ไปจนถึงการสร้างรายงาน ช่วยให้กระบวนการสืบสวนมีความรวดเร็วและมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพื่อให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำสูง

2.Rule mining AI agent: ผู้ช่วยที่ทำหน้าที่แปลงผลลัพธ์จากการสืบสวนและสัญญาณความเสี่ยงให้กลายเป็น “กฎเกณฑ์” และ “คุณสมบัติของโมเดล” ที่นำไปใช้งานได้จริง ช่วยให้องค์กรพัฒนาการบริหารความเสี่ยงจากการแก้ปัญหาแบบรายกรณี ไปสู่ระบบที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และมีแบบแผนมากขึ้น

เมื่อ AI agents เหล่านี้ทำงานร่วมกัน จะเกิดเป็นระบบวงจรปิด (Closed-loop) ที่เชื่อมโยงการตรวจจับ การสืบสวน และการปรับกลยุทธ์เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดกรอบการตัดสินใจด้านความเสี่ยงที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัวได้มหาศาล ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลอง (Pilot) ไปสู่การใช้งานจริง (Production) พวกเขากำลังเผชิญกับข้อแลกเปลี่ยนสำคัญ แม้ AI agents จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้สูง แต่ก็สร้างความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความสามารถในการตรวจสอบ และความรับผิดชอบ

นายเฮนรี่ ลี กรรมการผู้จัดการประจำสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ของ TrustDecision เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งกำลังเร่งสำรวจการนำ AI มาใช้งาน และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็เกิดขึ้นเร็วเกินคาด อย่างไรก็ตาม ในสภาพแวดล้อมทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องความอัตโนมัติ แต่คือ “การควบคุม” แม้ AI agents จะสามารถเข้ามาแทนที่งานด้านปฏิบัติการได้มากขึ้น แต่สถาบันการเงินยังคงใช้แนวทางอย่างระมัดระวัง โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เป็นหัวใจสำคัญ การตัดสินใจที่มีความเสี่ยงสูงยังคงต้องอาศัยการกำกับดูแลโดยมนุษย์ และให้ความสำคัญอย่างมากกับความโปร่งใสของโมเดล รวมถึงการดำเนินงานภายใต้กรอบกฎระเบียบที่ชัดเจน

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัว Virtual Bank ครั้งแรกภายในกลางปี 2569 ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องเร่งพัฒนาระบบปฏิบัติการแบบดิจิทัลเป็นหลัก (Digital-first) ที่ทั้งมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ซึ่งเปิดโอกาสให้โครงสร้างพื้นฐานแบบ AI-native มีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยิ่งเน้นย้ำความสำคัญของความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการตัดสินใจทางการเงิน

ดร. ไซมอน หลิว หัวหน้าฝ่ายด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ของ TrustDecision ได้กล่าวเสริมว่า คำถามเรื่องความสามารถของ AI ส่วนใหญ่ได้รับคำตอบแล้ว เนื่องจาก AI สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและสม่ำเสมอกว่ากระบวนการแบบแมนนวลในแทบทุกกระบวนการทำงานทางการเงิน แต่ในภาคการเงินที่มีการกำกับดูแล คำถามที่สำคัญกว่าคือระบบจะทำงานอย่างไรเมื่อถูกนำไปใช้งานจริง นั่นหมายถึงการทำความเข้าใจว่าเมื่อใดควรให้ AI ตัดสินใจได้เอง เมื่อใดต้องมีการควบคุม และองค์กรจะตรวจจับได้อย่างไรหากระบบทำงานนอกขอบเขตที่กำหนดไว้

TrustDecision ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองดังกล่าวในงาน Money20/20 Asia โดยบริษัทได้เข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI ในการตัดสินใจทางการเงิน ซึ่ง ดร. ไซมอน หลิว ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ Agentic Finance และบทบาทของ AI ในฐานะผู้มีบทบาททางการเงิน ขณะที่ นายเฮนรี่ ลี ได้เข้าร่วม Policy20 Roundtable ซึ่งเป็นเวทีปิดที่มีผู้กำกับดูแลและผู้กำหนดนโยบายจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมกว่า 40 ราย

ในภาพรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้การนำ AI ไปใช้งานในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันตามความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลแบงก์กิ้ง แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมเดียวกันอย่างชัดเจนคือมุมมองของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการตั้งคำถามพื้นฐานว่าควรใช้ AI หรือไม่ ไปสู่จะควบคุม AI อย่างไรเมื่อใช้งานจริง ทั้งนี้ เมื่อสถาบันการเงินเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานจริง ระยะถัดไปของการนำ AI มาใช้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตัวโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างโครงสร้างการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการเงินจริง

ความสำเร็จในการให้บริการกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับภูมิภาคของ TrustDecision อาทิ Hong Leong Bank, Mandiri, Bank Jago, Toyota Auto Finance (TAF), Kredivo, Adakami และอื่นๆ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า ความปลอดภัยและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคการเงินดิจิทัล

Back to top button