ปตท. ผนึก ทอท. ยกระดับการบริหารองค์กรสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

ปตท. ผนึก ทอท. ยกระดับการบริหารองค์กรสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุม SAF สนามบินภูเก็ต-AI บริหารจัดการพลังงาน-ความปลอดภัย-พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน


สองยักษ์รัฐวิสาหกิจไทยผนึกพลัง ขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครอบคลุม SAF สนามบินภูเก็ต-AI บริหารจัดการพลังงาน-ความปลอดภัย-พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ตั้งเป้าบรรลุผลกลางปี 2569

ภายใต้กรอบนโยบาย “โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ” ของ สคร. การประชุมหารือระหว่าง ปตท. และ ทอท. ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หากแต่เป็นการกำหนดทิศทางเชิงปฏิบัติการที่มีแผนงาน ทีมรับผิดชอบ และกรอบเวลาชัดเจนภายในปี 2569

นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำคณะผู้บริหารเข้าหารือกับ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โดยมีวาระหลักคือการหารือแนวทางเพื่อยกระดับการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers โดยได้บรรลุระดับคะแนนที่ 2.5000 ก่อนกำหนดในปี 2569 และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

  • SAF บุกภูเก็ต – ดาวเด่นของความร่วมมือ

โครงการที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมการบินมากที่สุดคือการขยายการใช้ เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต โดยดึง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) เข้าร่วมวางระบบโลจิสติกส์และบริหารต้นทุน

ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับแรงกดดันระดับสากลที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งมาตรฐาน ICAO ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และการรับรองความยั่งยืนในระดับสากล (ISCC) ซึ่งสายการบินระหว่างประเทศจำนวนมากเริ่มกำหนดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน สนามบินภูเก็ตในฐานะที่เป็นประตูสู่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับการนำร่อง

  • AI จัดการพลังงานสนามบิน – ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ

โครงการที่สอง มุ่งนำ Data Science และ AI เข้ามายกระดับระบบบริหารจัดการพลังงานในท่าอากาศยานของ ทอท. ครอบคลุมการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในท่าอากาศยานของ ทอท. ครอบคลุมการจัดการระบบทำความเย็น (Cooling Load) และการบริหารช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaping) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างสนามบินมีค่าพลังงานเป็นต้นทุนดำเนินการก้อนสำคัญ การเปลี่ยนผ่านจากการบริหารเชิงรับไปสู่การคาดการณ์เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ จึงเป็นทั้งการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

  • ความปลอดภัยครบวงจร – จากดับเพลิงถึงรับมือเหตุวิกฤต

ความร่วมมือด้านที่สามสะท้อนให้เห็นว่า ปตท. ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรด้านพลังงาน หากยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย ที่สั่งสมประสบการณ์มาหลายทศวรรษ

หลักสูตรฝึกอบรมที่จะถ่ายทอดให้ฝ่ายดับเพลิงของ ทอท. ครอบคลุมตั้งแต่การระงับอัคคีภัยและจัดการสารเคมีอันตราย ไปจนถึงทักษะการขับขี่ปลอดภัยและการรับมือสถานการณ์วิกฤต นอกจากนี้ยังมีการนำ แพลตฟอร์มบริหารจัดการผู้รับเหมา มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของทุกโครงการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่

  • ชุมชนยิ้มได้” – ต่อยอด CSR สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น

โครงการสุดท้ายมีมิติทางสังคมที่โดดเด่นที่สุด ด้วยการบูรณาการแพลตฟอร์ม ชุมชนยิ้มได้” ของ ปตท. เข้ากับกลไก CSR ของ ทอท. เพื่อเปิดช่องทางตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่รอบสนามบิน

ท่าอากาศยานมีศักยภาพเป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง – หากบริหารอย่างมีกลยุทธ์ พื้นที่เหล่านี้คือศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางไหลผ่านหลักล้านคนต่อปี การเปิดพื้นที่ให้สินค้าชุมชนเข้าถึงฐานผู้บริโภคกลุ่มนี้ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่วัดผลได้จริงสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

ขณะนี้ทั้งสององค์กรได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมและกำหนดแผนปฏิบัติการแล้ว โดยมุ่งให้ความร่วมมือทั้ง 4 มิติ เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน กลางปี 2569 ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจไทยสามารถสร้างมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

Back to top button