
โบรกแนะเก็งกำไร CK เป้า 19 บาท ลุ้นโชว์กำไร Q1 แตะ 280 ล้านบาท
โบรกฯ คาด CK ไตรมาส 1/69 มีกำไร 280 ลบ. ทรงตัวจากปีก่อน เหตุส่วนแบ่งกำไร CKP ลด แต่ธุรกิจก่อสร้างยังแกร่ง ลุ้นไตรมาส 2 ฟื้นตัวแรง แนะนำเก็งกำไร รับอานิสงส์รัฐลุยประมูลครึ่งปีหลัง ชี้เป้า 19 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSSIA ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 280 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หดตัวลง 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักที่ผลประกอบการลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจากการประเมินส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่จะลดลงเหลือ 286 ล้านบาท หรือลดลง 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยทางฤดูกาลของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP
อย่างไรก็ดี การดำเนินงานหลัก (Core operation) ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์รายได้จะอยู่ที่ระดับ 1.22 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าของงานระหว่างทำที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม, โครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง และโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 7.5% ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2568 ที่ระดับ 7.7% แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 6.9% ในช่วงไตรมาส 4/2568 ทางด้านค่าใช้จ่าย คาดว่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมไปถึงดอกเบี้ยจ่าย
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 2/2569 ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าจะสามารถเร่งตัวขึ้นได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ทั้งจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ CKP ตามปัจจัยทางฤดูกาล รวมถึงการเตรียมรับรู้รายได้จากเงินปันผลรับของ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW
ในด้านความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น CK พบว่ามีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 10% ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ และปรับตัวเพิ่มขึ้น 56% นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้อัพไซด์ (Upside) ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ทางฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 19 บาท อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นช้า (Laggard) เมื่อเทียบกับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON นอกจากนี้ ในระยะสั้นยังมีปัจจัยเชิงบวก (Sentiment) จากกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยคาดการณ์ว่าจะได้เห็นความคืบหน้าของโครงการประมูลใหม่ๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง CK มีศักยภาพและความพร้อมในการรับงานจาก BEM ได้อย่างเต็มที่ ทางฝ่ายวิจัยจึงแนะนำนักลงทุน “เก็งกำไร”
