
CK-STECON วิ่ง! รับรัฐลดกรอบค่า K เหลือ 2% หนุนชดเชยเร็วขึ้น
CK-STECON ปรับตัวขึ้น หลังครม.ลดกรอบค่า K ชั่วคราวเหลือ ±2% ช่วยผู้รับเหมารับเงินชดเชยเร็วขึ้น ลดแรงกดดันต้นทุน พร้อมรับบวกมาตรการรัฐและเมกะโปรเจ็กต์เดินหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 พ.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัวขึ้นปิดตลาดภาคเช้า ณ เวลา 12:30 น. นำโดย บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 13.90 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 6.11% ราคาสูงสุด 14.10 บาท ราคาต่ำสุด 13.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 455.47 ล้านบาท
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 17.80 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.71% ราคาสูงสุด 18.00 บาท ราคาต่ำสุด 17.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 167.12 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มาตรการผ่อนปรนการคำนวณค่าชดเชยงานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคา หรือ “ค่า K” ที่ภาครัฐปรับลดกรอบการรับความเสี่ยงจากเดิม ±4% เหลือ ±2% เป็นการชั่วคราว ถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มผู้รับเหมาที่มีสัดส่วนงานภาครัฐในระดับสูง โดยเฉพาะบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ รวมถึงผู้รับเหมาขนาดเล็กถึงกลางที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มรับเงินชดเชยได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องแบกรับต้นทุนส่วนเพิ่มในช่วงแรก 4% ก่อน และจะได้รับการชดเชยต่อเมื่อมีต้นทุนเพิ่มสูงเกินระดับดังกล่าว แต่ภายใต้เกณฑ์ใหม่ ผู้ประกอบการจะเริ่มได้รับชดเชยทันทีเมื่อต้นทุนเพิ่มเกิน 2% ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนลดลง และช่วยให้การบริหารสภาพคล่องมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 พบว่า ดัชนีโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.6% โดยคอนกรีตเพิ่มขึ้น 4.8% เหล็กเพิ่มขึ้น 9.3% และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ยางมะตอย ทราย และหิน เพิ่มขึ้น 18.8% สะท้อนต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น และเป็นแรงกดดันต่อผู้รับเหมาที่มีงานก่อสร้างภาครัฐอยู่ในมือ
อย่างไรก็ตาม เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผู้รับเหมารายใหญ่ เช่น หุ้น CK และหุ้น STECON อาจได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวในวงจำกัด เนื่องจากงานในมือ หรือ Backlog ส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ได้ใช้กลไกค่า K ในการปรับต้นทุน
ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงได้รับแรงหนุนจากการเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ หรือเมกะโปรเจ็กต์ แม้ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่การออกมาตรการของภาครัฐจะช่วยลดผลกระทบและบรรเทาภาระของผู้ประกอบการได้บางส่วน ทำให้แนวโน้มโดยรวมของกลุ่มยังอยู่ในทิศทางบวก
ทั้งนี้ ราคาหุ้นหลักในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น CK และ STECON ปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้อัพไซด์เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเริ่มจำกัด เอเซีย พลัส จึงยังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ระดับ “เท่ากับตลาด”
สำหรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยปรับผ่อนปรนการคำนวณค่าชดเชยงานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคา หรือค่า K เป็นการชั่วคราว จากเดิมที่กำหนดกรอบการรับความเสี่ยงไว้ที่ ±4% เหลือ ±2% สำหรับสัญญาที่มีการส่งมอบงวดงานในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์-30 กันยายน 2569 เพื่อให้การชดเชยสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ค่า K ถือเป็นกลไกสำคัญในการชดเชยความผันผวนของต้นทุนระหว่างการดำเนินโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง หรือพลังงาน หากต้นทุนปรับตัวสูงเกินกรอบที่กำหนด ภาครัฐจะเข้ามาช่วยชดเชยให้ผู้รับเหมาตามสัดส่วนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินงาน

