“กัณฑรา” มอง SET รีบาวด์ รับแรงหนุนงบ ADVANC-GULF-TRUE โตเกินคาด

“กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” ประเมิน SET ยังมีโอกาสฟื้นตัวหากไม่หลุดแนวรับ 1,500 จุด ลุ้นทดสอบ 1,510-1,520 จุด และ 1,545 จุด ตามลำดับ รับแรงหนุนงบไตรมาส 1/69 ของหุ้นขนาดใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ทั้ง ADVANC-GULF-TRUE รวมถึงเม็ดเงินลงทุนผ่าน BOI และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐหนุน พร้อมจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังตลาดยังคาดหวังข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (7 พ.ค.69) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อ หากดัชนีสามารถยืนเหนือระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,500 จุด ยังมีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,510 จุด 1,520 จุด และ 1,545 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หาก SET Index หลุดระดับ 1,500 จุดลงมา อาจต้องกลับมาประเมินความเสี่ยงของการปรับฐานอีกครั้ง โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1,480 จุด

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายมีโอกาสบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แต่ยังมีเหตุการณ์ปะทะในบางพื้นที่ ซึ่งสร้างความกังวลต่อตลาดการเงินโลก และส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

นายกัณฑรามองว่า การเจรจาระหว่างประเทศมหาอำนาจจำเป็นต้องจบลงด้วยรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว เพื่อให้ข้อตกลงมีความสมดุล และไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากเกินไป ซึ่งหากสามารถบรรลุข้อตกลงได้จริง จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย

ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อต่อไป กลุ่มพลังงานและน้ำมันจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มขนส่ง โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์พลิกกลับไปในทิศทางที่คลี่คลาย กลุ่มที่เคยถูกกดดันก่อนหน้านี้มีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ทันที

นอกจากนี้ แม้ราคาน้ำมันอาจอ่อนตัวลงหากสถานการณ์สงบ แต่กลุ่มพลังงานอาจไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบมากนัก เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ขณะที่หลายประเทศมีการนำปริมาณน้ำมันสำรองออกมาใช้จำนวนมาก หากสงครามยุติลง ประเทศต่าง ๆ อาจกลับเข้าซื้อน้ำมันเพื่อเติมคลังสำรองอีกครั้ง ซึ่งอาจช่วยพยุงราคาน้ำมัน และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นพลังงานในตลาดหุ้นไทย

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของหุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสาร อาทิ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ซึ่งมีผลประกอบการโดดเด่น

นายกัณฑราระบุว่า เมื่อผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด ย่อมมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะทยอยปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป โดยกลยุทธ์การลงทุนสำหรับหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงหลังประกาศงบ นักลงทุนควรพิจารณาตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากเข้าซื้อแบบ Follow Buy จำเป็นต้องมีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน ส่วนผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยง อาจรอจังหวะย่อตัวเพื่อทยอยสะสม

สำหรับกลุ่มสื่อสารและหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการประกาศนโยบายจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกที่มีนัยสำคัญต่อมุมมองของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากช่วยเพิ่มความน่าสนใจด้านกระแสเงินสด และสร้างความต่อเนื่องของผลตอบแทนจากเงินปันผล

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทย นายกัณฑรามองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงแผนการกู้เงินเพื่อผลักดันการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ให้กลับขึ้นไปแตะระดับ 2% จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ขณะที่ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ที่อยู่ในระดับสูง สะท้อนสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางการลงทุนระยะยาว

โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่ม Data Center, EV และเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความสามารถในการปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็ว ทำให้มีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ หากปัจจัยบวกทั้งด้านผลประกอบการหุ้นขนาดใหญ่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเม็ดเงินลงทุนจาก BOI เดินหน้าไปพร้อมกัน SET Index ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ และในเชิงจิตวิทยามีโอกาสเห็นดัชนีขยับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,600 จุดได้ โดยเฉพาะหากหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อดัชนี เช่น DELTA, GULF, TRUE, AOT และกลุ่มธนาคาร ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน

สำหรับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ยังเป็นหนึ่งในหุ้นสำคัญที่มีผลต่อทิศทางดัชนี โดยตลาดจับตาผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งมีกำหนดประกาศในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับกระแสหุ้นเทคโนโลยีและ AI หากผลประกอบการของ Nvidia ออกมาดี อาจเป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง DELTA ในตลาดหุ้นไทย

ส่วนกลุ่มธนาคาร นายกัณฑรามองว่ายังสามารถเล่นรอบได้ และยังมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวตามมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารมักสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจขยายตัวดี ย่อมเป็นบวกต่อสินเชื่อ รายได้ และความเชื่อมั่นในกลุ่มธนาคารในระยะถัดไป

Back to top button