
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 พ.ค.69
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดลบเป็นส่วนใหญ่ ถูกกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูง และข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านที่ส่อแววล้มเหลว ปัจจัยนี้หนุนดอลลาร์และดันน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 4% ขณะที่ทองคำร่วงลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค. 2569) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดร่วงลงในแดนลบ สาเหตุหลักมาจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาด ประกอบกับความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้นักลงทุนเทขายทำกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,760.56 จุด เพิ่มขึ้น 56.09 จุด หรือ 0.11%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,400.96 จุด ลดลง 11.88 จุด หรือ 0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,088.20 จุด ลดลง 185.92 จุด หรือ 0.71%
ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดลบถ้วนหน้าเช่นเดียวกัน หลังจากความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 606.63 จุด ลดลง 6.16 จุด หรือ 1.01% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,979.92 จุด ลดลง 76.46 จุด หรือ 0.95% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,954.93 จุด ลดลง 395.35 จุด หรือ 1.62%
ส่วนตลาดหุ้นลอนดอน ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,265.32 จุด ลดลง 4.11 จุด หรือ 0.04% โดยได้รับแรงกดดันจากนักลงทุนที่วิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในอนาคตทางการเมืองของนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รวมถึงความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางที่อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
สำหรับตลาดน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดพุ่งขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ 4.19% มาอยู่ที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ หรือ 3.42% ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม ทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันดิบโลกในขณะนี้จะยิ่งยืดเยื้อออกไป
ด้านตลาดทองคำ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวลดลง 42 ดอลลาร์ หรือ 0.89% ปิดที่ระดับ 4,686.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดถูกกดดันอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามสัญญาณการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่อาจหยุดชะงัก ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวสูงขึ้น และอาจกดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่วนของตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.35% แตะระดับ 98.298 ปัจจัยหลักมาจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย