
ฝรั่งหลอกขาย
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับท่าทีนักลงทุนต่างชาติ เพราะภาพที่เคยเชื่อว่า เขาจะกลับมาซื้อหุ้นไทยปีนี้แสนล้าน หลังจากช่วงต้นปีตะลุยซื้อหุ้นไทยไปเกือบ 6 หมื่นล้านบาท แต่วันนี้มาดูอีกทีกลับพบว่า มียอดซื้อเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับท่าทีนักลงทุนต่างชาติ เพราะภาพที่เคยเชื่อว่า เขาจะกลับมาซื้อหุ้นไทยปีนี้แสนล้าน หลังจากช่วงต้นปีตะลุยซื้อหุ้นไทยไปเกือบ 6 หมื่นล้านบาท แต่วันนี้มาดูอีกทีกลับพบว่า มียอดซื้อเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท ผนวกกับเดือนนี้แทงกั๊กเรื่องซื้อ ๆ ขาย ๆ จึงกลายเป็นภาพที่บั่นทอนกำลังใจอีฉันที่มีต่อความเชื่อที่ว่า ต่างชาติจะช่วยหนุนหุ้นไทยไงล่ะคะ
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวของตลาดหุ้นไทยต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร? เพราะเมื่อเหลือบดูท่าทีของรัฐบาล “เสี่ยหนู” ภายใต้แม่ทัพเศรษฐกิจอย่าง “เอกนิติ” ก็เริ่มถูกสังคมตั้งคำถามถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันจะเห็นว่า “ศุภจี” ที่คุมพาณิชย์ก็ถูกมรสุมราคาสินค้าถาโถมไม่หยุดหย่อน จนเกิดการตั้งคำถามว่า ของจริงไหม?..เหนื่อยแทนเลยค่ะ
สถานการณ์ข้างต้นนี้แหละที่ทำให้ “โมนิก้า” มีความกังวลว่า การยืนปิดที่ระดับ 1,483.56 จุด ลบไป 5.73 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.55 หมื่นล้านบาท คือสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่พร้อมไปต่อแบบสุดซอย เพราะภาพรวมเศรษฐกิจของไทยยังชะลอตัว ส่วนผลประกอบการของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กก็ไม่ค่อยดี หรือแม้กระทั่ง IPO ที่จะเข้าตลาดหุ้นก็พับแผนชั่วคราว ตลาดหุ้นไทยเลยเกิดอาการตื้อ ๆ ตัน ๆ อย่างที่เห็นนี่แหละ!
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเที่ยวนี้คือ AOT ซึ่งมีตัวเลข NVDR รายงานว่า มีการขายหุ้นออกมาถี่ขึ้น ผนวกกับหัวเรือใหญ่อย่าง “หนูนา” เตรียมปรับแผนรายได้ใหม่ อีฉันเลยไม่แปลกใจที่หุ้นแกว่งตัวในกรอบ 50-55 บาท เพราะไม่มีสตอรี่ที่ทำให้เชื่อว่า กำไรโต? ผนวกกับสถานการณ์หลายอย่างไม่เอื้อเหมือนเมื่อก่อน หุ้นถึงทำได้ดีสุดด้วยการยืนปิดที่ระดับ 51.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาทไงล่ะจ๊ะ
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น IRPC ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะแรงขายที่ออกมาจาก NVDR มีให้เห็นเป็นระยะ อีฉันถึงไม่แปลกใจที่หุ้นไหลลงมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 1.92 บาท ลบไป 0.07 บาท หรือลงไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 457 ล้านบาทแบบนี้ กลายเป็นช็อตของการวัดกำลังซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างแท้จริง เพราะตลาดหุ้นกำลังเล่นกับคำว่า ขายเมื่อข่าวจริงปรากฏนะซี
ส่วนรายของ TTB ที่มีอาการแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ยังขยับไปไหนไม่ได้ ก็มาจากนักลงทุนสถาบันไม่ลุยเก็บหุ้นหนัก ๆ ผ่านกระดาน NVDR เหมือนเมื่อก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นประคองตัวปิดที่ระดับ 2.26 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 297 ล้านบาท และเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นเป็นเวลาร่วมเดือน โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวหลัก ๆ อยู่ที่ระดับ 2.20-2.30 บาทนะจ๊ะ
สำหรับรายที่มีความชัดเจน และเกี่ยวโยงกับกระดานดังกล่าว “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น BDMS แบบไม่ลังเลใจ เพราะภาพที่เห็นในช่วง 2 เดือนเศษ ๆ คือ มีแรงขายออกมาตลอดเวลา ส่งผลให้ราคาหุ้นไม่ผ่านแนวต้านที่บริเวณ 19 บาทไปได้สักที! ขณะเดียวกันราคาหุ้นก็ไม่เคยหลุดแนวรับสำคัญ 18 บาทเหมือนกันแบบนี้..คุณ ๆ ท่าน ๆ ยังคิดว่า การยืนปิดที่ระดับ 18.30 บาท เหมาะต่อการเล่นไหมคะ
ปิดท้ายกันที่หุ้น HMPRO เพื่อชี้ให้เห็นว่า ไตรมาส 1 ที่มีกำไรลดลง ทำให้ราคาหุ้นในกระดานตกอยู่ในภวังค์ไปอีกนาน เพราะภาพที่แสดงออกมาเหมือนเป็นการสะท้อนสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้นักลงทุนสถาบันทยอยขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ และการที่หุ้นยืนนิ่ง ๆ ในระดับ 6 บาท ก็เหมือนเป็นการยอมจำนน และมีโอกาสจะปรับตัวลงอีก หากผลงานไตรมาส 2 ยังไม่ฟื้นนะตัวเอง
โมนิก้าและทีมงาน