
“ชัยยศ” มอง SET คลายกังวล MSCI ชูหุ้นเด่น PTT ลุ้นกำไรพุ่ง 16% เคาะเป้า 40 บาท
“ชัยยศ จิวางกูร” ชี้ตลาดหุ้นไทยคลายกังวลหลัง MSCI ไม่ลดน้ำหนัก หนุน DELTA นำตลาดฟื้น จับตาสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน พร้อมชู PTT เป็นหุ้นเด่น ลุ้นกำไร Q1 โต 16% เคาะเป้า 40 บาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยทิศทางตลาดหุ้นไทยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยคลายความกังวลลง หลังจากที่ดัชนี MSCI ไม่มีการปรับลดน้ำหนักการลงทุน แม้จะไม่มีหุ้นไทยถูกนำเข้าคำนวณใหม่ตามที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ 2 บริษัทก็ตาม ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นผลดีต่อทิศทางตลาดโดยรวม นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องการปรับเกณฑ์สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ของ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้คลายความกดดันและมีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยคาดว่า DELTA จะเป็นหุ้นกลุ่มผู้นำ (Lead) ที่ช่วยพยุงให้ดัชนีหุ้นไทยสามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้
สำหรับการที่ดัชนีหุ้นไทยจะกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ในระยะสั้นนั้น ประเด็น MSCI เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ประเด็นนี้จะเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่ในภาพรวมกลับส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ผ่านต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้า และราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่ให้เป็นไปตามที่คาดหวังได้
ส่วนประเด็นการพบกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในช่วง 1-2 วันนี้ ประเมินว่าอาจจะยังไม่ได้ส่งผลกระทบ (Sentiment) ต่อตลาดหุ้นโดยตรงในทันที เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อการหารือ อย่างไรก็ตาม คาดว่าประเด็นหลักจะครอบคลุมถึงการสอบถามมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามการค้า (Trade War) ที่สหรัฐฯ เริ่มหันไปกดดันและขู่ขึ้นภาษีฝั่งยุโรปมากขึ้น นอกจากนี้ การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ นำกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ร่วมเดินทางไปยังประเทศจีนด้วย ถือเป็นประเด็นที่ค่อนข้างย้อนแย้งกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่มุ่งจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน ซึ่งต้องติดตามวัตถุประสงค์ของการร่วมเดินทางในครั้งนี้ต่อไป
ในด้านผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ประจำปีของบริษัทจดทะเบียนไทย ภาพรวมถือว่าออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ได้ประเมินไว้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และกลุ่มเช่าซื้อ ที่รายงานผลกำไรออกมาโดดเด่น รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่นที่ทำผลงานได้ดีกว่าคาดการณ์เกือบทุกแห่ง ซึ่งจากแนวโน้มเชิงบวกที่เกิดขึ้น อาจทำให้มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนมุมมองและประมาณการกำไรของตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้ให้ดีขึ้นได้
ทั้งนี้ KSS ได้เลือก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ยังไม่ได้ประกาศงบการเงิน โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1 จะอยู่ที่ระดับ 27,000 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทลูก ธุรกิจปิโตรเคมี และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยประเมินราคาพื้นฐานของ PTT ไว้ที่ระดับ 40 บาท