KTB เตือน “เงินบาท” ผันผวนหนักรับศึกตะวันออกกลาง-จับตา Trump-Xi Summit

KTB มองเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและปัจจัยการเมืองโลก ขณะตลาดจับตาการประชุม Trump-Xi Summit วันที่ 14-15 พ.ค.นี้ คาดเงินบาทระยะสั้นแกว่งในกรอบ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์ แนะผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ Options ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน amid ตลาดผันผวนสูง โดยยังไม่เปลี่ยนมุมมองเงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จนกว่าจะกลับมาแข็งค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ได้ชัดเจน


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB  เปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) ที่ผันผวนสูงในช่วงนี้ ได้ย้ำมุมมองเดิมของเราว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

มองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับสถานะถือครองอย่างชัดเจน เพื่อรอลุ้นการเจรจา Trump-Xi summit ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม นี้ ขณะเดียวกัน ตลาดได้รับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินสูง อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ไปแล้ว ทำให้ โดยรวมเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways แถวโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ กับโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อนได้ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกจำกัดอยู่แถวโซนแนวต้าน เว้นแต่ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทวีความร้อนแรงมากขึ้น (ซึ่งเราประเมินว่า ถ้าจะเกิดขึ้น ควรจะต้องเกิดขึ้น หลังการเจรจา Trump-Xi summit) ซึ่งอาจกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านถัดไปในช่วง 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์

เราคงมองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท (รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ) จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

แม้ว่า เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงในวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

Back to top button