
SUPER กางแผนปี 69 จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 129 MW ดันรายได้และกำไรเติบโตแกร่ง
SUPER โชว์กำไรทะยาน 264% แตะ 601 ลบ. รับอานิสงส์ขายวินด์ฟาร์มและต้นทุนลด กางแผนปี 69 จ่อบุ๊กรายได้วินด์ฟาร์มเวียดนาม 129 MW เล็งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง ดันกำลังผลิตทะลุ 1,500 MW
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) ว่า SUPER มีกำไรสุทธิ 601.11 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 264.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,053.15 ล้านบาท ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนอยู่ที่ 1,826.41 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) ที่ระดับสูงถึง 92% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและเสถียรภาพของรายได้ในระยะยาว
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย SUPER ได้รับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) HBRE CHU PRONG WIND POWER FARM จำนวน 493.19 ล้านบาท รวมถึงได้รับผลบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ภายหลังจากนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์บางส่วนไปชำระคืนภาระหนี้สินและบริหารสภาพคล่อง
นอกจากนี้ SUPER ยังสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ 17.07% ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.04 เท่า
ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ทาง SUPER ได้ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเตรียมรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 2 โครงการในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 129 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่เตรียมจะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) อีกทั้งยังคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการได้รับค่าไฟฟ้าค้างชำระจากการไฟฟ้าเวียดนามในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ SUPER ยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเจรจากับพันธมิตรเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการต่างๆ ในอนาคต อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบัน SUPER มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมทั้งสิ้น 2,069.25 เมกะวัตต์ โดยได้ดำเนินการ COD ไปแล้ว 1,439.28 เมกะวัตต์ และหากรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu เฟสแรก กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่เตรียมจะ COD ภายในไตรมาส 2/2569 จะส่งผลให้กำลังการผลิตที่ COD แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 1,538.28 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“ในปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะได้เห็นแนวโน้มผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดย SUPER ยังคงมุ่งเน้นการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสม ตลอดจนการมองหาโอกาสลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเจรจาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเป้าหมายในการเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” นายจอมทรัพย์ กล่าวปิดท้าย

