
M กำไรไตรมาส 1 ลดลง 30% แตะ 163 ลบ. เซ่นต้นทุนบุฟเฟต์-วัตถุดิบพุ่ง
M เผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 163 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30 รับผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบและกลยุทธ์บุฟเฟต์กดดันกำไร
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนามคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรสุทธิ 163 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 30.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 234 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากความสำเร็จของการขยายสาขาแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ซึ่งเป็นร้านสุกี้รูปแบบบุฟเฟต์แบรนด์ใหม่ที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 อย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากแบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” ที่มียอดขายสาขาเดิมเติบโตถึงร้อยละ 6.1 จากกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมของโปรโมชั่นบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม”
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากแบรนด์ เอ็มเค สุกี้ ร้อยละ 64 รองลงมาคือ ยาโยอิ ร้อยละ 16 และ โบนัส สุกี้ ร้อยละ 11 ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงเหลือร้อยละ 62.0 จากร้อยละ 66.5 ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรุกตลาดด้วยโมเดลบุฟเฟต์ของแบรนด์ เอ็มเค สุกี้ และการขยายสาขาของ โบนัส สุกี้ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนปรับสูงขึ้นตามโครงสร้างธุรกิจแบบบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ M ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งกดดันให้ราคาพลังงาน ต้นทุนค่าขนส่ง รวมถึงราคาวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาสนี้ มีจำนวน 2,362 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการเปิดสาขาใหม่ของแบรนด์ โบนัส สุกี้
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 57.6 จากร้อยละ 59.2 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายคงที่บางส่วน อาทิ ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคา ที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการเติบโตของรายได้ ส่วนฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 M มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 19,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 จากสิ้นปี 2568 ขณะที่มีหนี้สินรวม 5,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 และมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 13,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 จากสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมระหว่างงวด


