M หม้อร้อนหลอนกำไร.!

ดูท่าศึกหม้อร้อน (บุฟเฟต์สุกี้) ที่เดือดปุด ๆ ตลอดปี 2568 จะทำให้ผู้เล่นหลักในตลาดสุกี้เกิดอาการเจ็บนี้อีกนานไปตาม ๆ กัน


ดูท่าศึกหม้อร้อน (บุฟเฟต์สุกี้) ที่เดือดปุด ๆ ตลอดปี 2568 จะทำให้ผู้เล่นหลักในตลาดสุกี้เกิดอาการเจ็บนี้อีกนานไปตาม ๆ กัน อย่างเจ้าพ่อสุกี้ชาบู บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานงบไตรมาส 4/2568 แม้มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่รายได้จากการขายและบริการ 3,683 ล้านบาท 

หลัก ๆ มาจากความสำเร็จของโปรโมชันบุฟเฟต์เอ็มเค “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และการเปิดแบรนด์ “โบนัส สุกี้” (Bonus Suki) ในราคา Net 276 บาท เปิดเที่ยงวัน-ตีห้า เพื่อเป็นไฟท์ติ้งแบรนด์ (Fighting Brand) สู้ศึกตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาต่ำเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปรับเพิ่มขึ้น 1.3% 

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ เมื่อมีด้านบวกก็ต้องมีด้านลบอ๊ะนะ…

ในขณะที่โปรฯ บุฟเฟต์ดันให้ยอดขายเติบโต ในทางกลับกันก็ฉุดให้กำไรขั้นต้นเหลือแค่ 2,457 ล้านบาท ลดลง 0.3% และฉุดอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 63.2% จาก 67.0% ในไตรมาส 4/2567 เป็นผลมาจากการจัดทำโปรฯ บุฟเฟต์เอ็มเค “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และการขยายสาขาแบรนด์ โบนัส สุกี้ ทำให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น เมื่อเทียบกับโมเดลการให้บริการในรูปแบบปกติ

พูดง่าย ๆ โปรฯ บุฟเฟต์กดให้มาร์จิ้นของ M บางลงนั่นเอง…

ส่งผลให้ในไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิวูบหายไป 71% เหลือแค่ 103 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 353 ล้านบาท 

  ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2568 มีกำไรสุทธิ 838 ล้านบาท ลดลง 41.9% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 15,109 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและบริการ 15,418 ล้านบาท 

ซึ่ง M ยอมรับว่ากำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวตามภาวะค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่สูง ประกอบกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ยอดขายสาขาเดิมปรับลดลง 2.8%

ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9,766 ล้านบาท ลดลง 6.0% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 64.6% จาก 67.4% ในปี 2567 เนื่องจากการจัดทำโปรฯ บุฟเฟต์เอ็มเค “คุ้มเกินคุ้ม ในราคา 299 บาท” ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2568 รวมถึงการรุกตลาดด้วยแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มสูงขึ้น

M เลยกลายเป็นหม้อร้อนที่ถูกโปรฯ บุฟเฟต์หลอนกำไรไปเต็ม ๆ..!!

แต่จะว่าไปใช่ M เจ็บคนเดียวซะเมื่อไหร่…เพราะคู่ท้าชิงอย่างบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” ก็เจ็บไม่แตกต่างกัน สะท้อนได้จากงบปี 2568 แม้ยอดขายของสุกี้ตี๋น้อยจะพุ่งกระฉูดไปแตะ 9,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดเหลือแค่ 860 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท

ถ้าเจาะให้ลึกลงไปในรายไตรมาสจะเห็นว่ามีแค่ไตรมาสเดียวเท่านั้นที่กำไรโตขึ้น ส่วนที่เหลือกำไรลดลง โดยไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2/2568 กำไรสุทธิลดลง 311 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3/2568 มีกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 221 ล้านบาท และไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิลดฮวบเหลือแค่ 57 ล้านบาท

แม้สุกี้ตี๋น้อยจะอ้างว่าเหตุที่รายได้โตแต่กำไรลดนั้น มาจากการทำโปรโมชันรีฟิลฟรี, กุ้งแก้ว/เป็ด Tn/หมูกรอบฟรี, ทำบุญและบริจาค ก็เถอะ…แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสารต้นตอมาจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เป็นเหตุให้ต้องงัดโปรโมชันต่าง ๆ มาหลอกล่อลูกค้า ซึ่งสุดท้ายก็มากัดกร่อนกำไรของบริษัทนั่นเอง

แต่ที่แน่ ๆ คนที่ได้ประโยชน์จากสงครามบุฟเฟต์สุกี้คงหนีไม่พ้นผู้บริโภคอย่างพวกเรานี่แหละ…ที่น้ำหนักคงขึ้นกันหลายกิโลกรัมแล้ว

กลับมาที่ M ก็หวังว่าภาวะหม้อร้อนหลอนกำไรจะเกิดแค่ช่วงสั้น ๆ หลังจากมีการขยายสาขาโบนัส สุกี้ ไปได้ระดับหนึ่งจนเกิดอีโคโนมีออฟสเกล สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย และเปลี่ยนจากตัวฉุดมาเป็นกองหนุนได้ในเร็ววัน…

ว่าแต่ระหว่างสงครามบุฟเฟต์สุกี้ กับสงครามตะวันออกกลาง อันไหนจะจบก่อนกันเนี่ย…อยากรู้จัง.!!

แต่ถ้ามองบวก ช่วงที่หุ้น M ลงมาลึกสุดใจอย่างนี้ อาจเป็นจังหวะให้เก็บของถูกก็ได้นะ ส่วนจะของดีอ๊ะป่าว..?? แล้วแต่จะคิด

…อิ อิ อิ…

Back to top button