
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 14 พ.ค.69
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก นำโดย S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดประวัติการณ์ขานรับหุ้นเทคโนโลยีและการประชุม "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ด้านราคาน้ำมันขยับขึ้นจากความกังวลในช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ปิดในแดนบวก โดย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ หรือ DJIA ปิดที่ 50,063.46 จุด เพิ่มขึ้น 370.26 จุด หรือร้อยละ 0.75 ขณะที่ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 หรือ S&P500 ปิดที่ 7,501.24 จุด เพิ่มขึ้น 56.99 จุด หรือร้อยละ 0.77 และ ดัชนีแนสแด็ก หรือ Nasdaq ปิดที่ 26,635.22 จุด เพิ่มขึ้น 232.88 จุด หรือร้อยละ 0.88 โดยทั้ง S&P500 และ Nasdaq ยังคงเดินหน้าปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการพุ่งขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางการเฝ้าติดตามความคืบหน้าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงปักกิ่ง
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเช่นกันหลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนต่อพัฒนาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ ดัชนีสต็อกซ์ 600 หรือ STOXX 600 ปิดที่ 616.05 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.55 ส่วน ดัชนีแคล-40 หรือ CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,082.27 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.93 และ ดัชนีแด็กซ์ หรือ DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,456.26 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.32 ขณะที่ ดัชนีฟุตซี่ 100 หรือ FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดบวกเล็กน้อยที่ 10,372.93 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.46 ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ
สำหรับสถานการณ์ในตลาดพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดบวกเล็กน้อยที่ 101.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.09 ปิดที่ 105.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานการโจมตีและการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งสร้างความกังวลต่อการไหลเวียนของอุปทานพลังงานในช่วงภาวะสงครามอิหร่าน แม้จะมีรายงานว่ามีเรือบางส่วนสามารถแล่นผ่านได้แล้วก็ตาม
ขณะที่ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลง โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 21.40 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 0.45 ปิดที่ 4,685.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับนักลงทุนยังคงรอผลสรุปจากการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน
นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.29 เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก แตะที่ระดับ 98.813 หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะยังคงไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะใกล้นี้ โดยปัจจัยหลักที่ตลาดยังคงให้ความสำคัญคือความคืบหน้าในการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
