
จับตานายกถก 20 ซีอีโอ “เอเซีย พลัส” ชู CPN-CPALL-DELTA นำทีมฟื้น
บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดรับข่าวดี "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ชื่นมื่น ดันงบไตรมาส 1/69 ไทยทะลุเป้า 3 แสนล้าน จับตานายกฯ ถก 20 บิ๊กซีอีโอ ชู CPN-DELTA-CPALL นำทีมฟื้น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่ออุปทาน แต่ความรุนแรงของการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เบาลงอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นกลับมีแนวโน้มตอบสนองเชิงบวกจาก 3 แรงหนุนสำคัญ ได้แก่:
1.ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง: ล่าสุดกลุ่มเทคโนโลยี (TECH) ของสหรัฐฯ บางส่วนรายงานกำไรไตรมาส 1/26 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 25.7%
2.เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง: แม้จะมีสัญญาณอ่อนแอลงบ้าง แต่ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. ยังคงขยายตัวได้ +0.5% MoM ซึ่งเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังแข็งแรง ขณะที่โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในอีก 1 ปีข้างหน้ายังทรงตัวที่ระดับ 30%
3.การพบปะของ “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หนุนความร่วมมือ: การหารือของผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณลดความตึงเครียดและต้องการกลับมาร่วมมือกันมากขึ้น โดยจีนตกลงที่จะสั่งซื้อเครื่องบินจาก BOEING จำนวน 200 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ ยอมอนุมัติให้ NVIDIA ส่งออกชิป AI ขั้นสูงรุ่น H200 ให้กับ 10 บริษัทเทคโนโลยีของจีนได้ รวมถึงมีการหารือเพื่อรักษาความเสถียรภาพด้านพลังงานโลกร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็น “ไต้หวัน” ยังคงเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้หากบริหารผิดพลาด
สำหรับงบไตรมาส 1/69 ไทยทะลุเป้า 3 แสนล้าน – ต่างชาติแห่ซื้อหุ้นไทยหลบภัยสงคราม สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ได้รับปัจจัยบวกอย่างชัดเจนจากการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 ของบริษัทจดทะเบียน (รวม 413 บริษัท) ที่ทำกำไรออกมาดีกว่าคาดถึง 6.7% ทำให้ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรสุทธิรวมในไตรมาสนี้อาจพุ่งแตะระดับ 3 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งตามสถิติแล้ว เมื่อกำไรออกมาดีเกินคาด ดัชนี SET มักจะปรับตัวฟื้นตัวขึ้นตาม
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังเนื้อหอมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ได้มากที่สุดในภูมิภาค โดยสัปดาห์นี้ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยถึง 9.9 พันล้านบาท (WTD) และยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท (YTD) สอดคล้องกับสถิติในอดีตที่ระบุว่า ในปีที่มีสงคราม เม็ดเงินมักจะไหลเข้ามาหลบภัยในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยเสมอ (เช่น ปี 2022 ที่ต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2.2 แสนล้านบาท)
จับตานายกฯ ถก 20 บิ๊กซีอีโอ – ชูกลยุทธ์สะสมหุ้น Laggard อีกหนึ่งปัจจัยเร่งในประเทศวันนี้ (15 พ.ค. 26) คือการที่นายกรัฐมนตรีเชิญผู้บริหารระดับสูง (CEO) 20 บริษัทยักษ์ใหญ่เข้าหารือ เพื่อร่วมกันสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และปลดล็อกอุปสรรคทางธุรกิจ ซึ่งคาดว่าหุ้นของบริษัทที่เข้าร่วมหารือจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าตลาด (Outperform) ได้แก่ CPALL, CPN, WHA, CPF, GULF, BDMS, BH และ CPAXT
กลยุทธ์การลงทุน: บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้น Laggard ที่มีพื้นฐานดีและเป็นเป้าหมายที่ต่างชาติกำลังทยอยสะสม ได้แก่ PTT, KBANK, AOT, CPALL, CK, GPSC, BGRIM และ CBG โดยให้หุ้น CPN, DELTA และ CPALL เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรในหุ้นและตราสาร DR ที่ได้รับข่าวดี ได้แก่ DR: NVDA80 และ BABA80 จากกรณีที่สหรัฐฯ อนุมัติส่งออกชิป AI รุ่น H200 ให้บริษัทจีนอย่าง Alibaba และ Tencent รวมถึงกลุ่ม ควอนตัม (Quantum) อย่าง DR: IONQ03 ที่รายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งและมียอดสั่งซื้อคงค้าง (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับหุ้น Global Gem แนะนำ LLY80 และ LVMH01)

