
เครือ “ปตท.” โชว์กำไรไตรมาสแรก 7.23 หมื่นล้าน ชู TOP โตกระฉูด 456%
7 บริษัทในเครือ “ปตท.” ประกาศงบไตรมาส 1 ปี 69 โชว์กำไรรวมทะยานกว่า 60% แตะระดับ 72,309.63 ล้านบาท รับอานิสงส์ TOP กำไรพุ่ง 456% และ IRPC พลิกกำไร หนุนภาพรวมกลุ่มเติบโตแข็งแกร่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือบริษัท ปตท. ทั้งหมด 7 บริษัท ได้แก่ PTT, PTTEP, TOP, PTTGC, IRPC, OR และ GPSC ได้ประกาศงบการเงินงวดไตรมาส 1 ปี 2569 โดยภาพรวมของกลุ่มบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ทั้งสิ้น 72,309.63 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิรวม 45,126.25 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ของแต่ละบริษัท ดังนี้
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25,738.30 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 23,315.49 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ทั้งนี้ PTT และบริษัทย่อยมี EBITDA รวมผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ 115,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 จาก 94,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวมอยู่ที่ 718,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6
สำหรับธุรกิจการกลั่นปรับตัวดีขึ้นจากค่าการกลั่นอ้างอิงตลาด (Market GRM) ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขายที่ขยายตัว รวมถึงกำไรสต๊อกน้ำมันสุทธิ ส่งผลให้มีกำไรราว 46,000 ล้านบาท เทียบกับประมาณ 1,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจก๊าซ (โดยเฉพาะโรงแยกก๊าซ) มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม PTT รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items) เป็นผลขาดทุนสุทธิประมาณ 2,900 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า PTT มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 86.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันและก๊าซโลกสูงขึ้น PTTEP จึงเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยสู่ระดับ 2,720 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากสัญญา (DCQ) ที่ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบตามนโยบายรัฐ โดยมาจากโครงการอาทิตย์ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย บี 17-01 โครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการจี 2/61 สำหรับความคืบหน้าในต่างประเทศ PTTEP ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เพื่อพัฒนาแหล่งซีรุงและเชนด้าในมาเลเซีย คาดเริ่มผลิตน้ำมันดิบปี 2571 ที่อัตรา 15,000 บาร์เรลต่อวัน ด้านสิ่งแวดล้อมได้จัดสร้างลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 PTTEP มีรายได้รวม 78,841 ล้านบาท (2,491 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 553,369 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาขายเฉลี่ย 46.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 11,835.28 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 28.54 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยมีการนำส่งรายได้ให้รัฐในรูปภาษีและค่าภาคหลวงกว่า 7,300 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ประเมินว่ากำไรหลักยังแข็งแกร่ง แม้ถูกกดดันจากผลขาดทุนป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 8.3 พันล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 328 ล้านบาท โดยคาดว่าไตรมาส 2 ปี 2569 จะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 166.00 บาท
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,414.75 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 44.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 4,379.48 ล้านบาท แต่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เติบโตต่อเนื่อง โดยมีร้าน Cafe Amazon 4,787 สาขา (ไทย 4,750 สาขา ต่างประเทศ 37 สาขา) ปริมาณจำหน่าย 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ร้านอาหารอื่นมี 105 สาขา ร้านสะดวกซื้อ 2,391 สาขา และร้าน found & found 20 สาขา รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.0 ดัน EBITDA Margin แตะร้อยละ 31.7
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เปิดเผยว่า รายได้ขายและบริการไตรมาส 1 อยู่ที่ 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ดีขึ้นร้อยละ 16.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้กลุ่ม Mobility ได้รับผลกระทบจากมาตรการตรึงราคาและขาดทุนบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ OR ได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 55.41 ในบริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 19,481.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 456.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 3,503.51 ล้านบาท โดยมีปริมาณวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตและรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8,539 ล้านบาท กำไรขั้นต้นจากการผลิต (ไม่รวมสต๊อก) เพิ่มขึ้น 9.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นและธุรกิจอะโรเมติกส์ รวมถึงกลุ่ม LAB จากภาวะอุปทานตึงตัว นอกจากนี้ TOP ยังรับรู้กำไรสต๊อกน้ำมันสุทธิ หนุน EBITDA เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท แม้จะขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 8,774 ล้านบาท แต่มีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,262 ล้านบาท
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,719.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.82 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,140.04 ล้านบาท หนุนจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 391 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 223 โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าไซยะบุรี พาวเวอร์ (XPCL) ที่ปริมาณน้ำสูงขึ้นจากปรากฏการณ์ลานีญา นอกจากนี้ GPSC รับรู้กำไรพิเศษจากการรีไฟแนนซ์ (EIR) และรับรู้เงินชดเชย WTG ของ CFXD แม้ผลประกอบการ AEPL จะลดลงจากค่าความเข้มแสง และไม่ได้รับเงินปันผลจาก APCL หลังเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทร่วม
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC พลิกมีกำไรสุทธิ 7,889.04 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 1,206.06 ล้านบาท รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ธุรกิจปิโตรเลียมมี Market GRM ดีขึ้น ส่งผลให้ Market GIM เพิ่มขึ้น 4,016 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมบันทึก Net Inventory Gain 9,915 ล้านบาท ดัน Accounting GIM เพิ่มขึ้น 13,299 ล้านบาท ด้าน EBITDA อยู่ที่ 14,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,154 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้บันทึกขาดทุนบริหารความเสี่ยงน้ำมัน 1,981 ล้านบาท แต่พลิกมีกำไรจากการลงทุน 299 ล้านบาท
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 พลิกมีกำไรสุทธิ 3,231.76 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 2,567.19 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี Adjusted EBITDA ที่ 14,846 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รับแรงหนุนจากกลุ่มโอเลฟินส์ อะโรเมติกส์ โรงกลั่น และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ นอกจากนี้ PTTGC ยังรับรู้กำไรสต๊อกน้ำมันและ NRV สุทธิ 7,182 ล้านบาท กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 1,011 ล้านบาท และกำไรจากการขายหุ้น TTT 3,300 ล้านบาท แม้บันทึกขาดทุนบริหารความเสี่ยง 7,991 ล้านบาท และตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ของ GCP, GCA รวมถึงแผนปรับธุรกิจ PTTMCC รวม 6,561 ล้านบาท


