
“หุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับน้ำมันร่วงแรง-ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก รับสัญญาณช่องแคบฮอร์มุซใกล้กลับมาเปิดใช้งาน หนุนราคาน้ำมันร่วงแรง ลดความกังวลเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (25 พ.ค.69) นำโดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 64,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดให้มีการสัญจรอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียช่วงเช้า
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 63,658.95 จุด เพิ่มขึ้น 319.88 จุด หรือ 0.50% ก่อนเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 64,471.18 จุด เพิ่มขึ้น 1,132.11 จุด หรือ 1.79% หลังเปิดทำการเพียง 15 นาที ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,126.34 จุด เพิ่มขึ้น 13.44 จุด หรือ 0.33% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับขึ้น 0.34%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันวิสาขบูชา
ปัจจัยบวกสำคัญมาจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุผ่าน Truth Social ว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์ พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำข้อตกลง เนื่องจากเวลาอยู่ข้างสหรัฐฯ
ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงแรง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ร่วงลง 4.52% มาอยู่ที่ 92.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 4.51% แตะระดับ 98.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจเอเชีย กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 4.6% ขณะที่เมื่อเทียบรายไตรมาสแบบปรับค่าฤดูกาลแล้ว GDP ขยายตัว 1.0% สวนทางกับประมาณการเบื้องต้นที่คาดว่าจะหดตัว 0.3%
อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เติบโตในกรอบ 2.0-4.0% พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันเศรษฐกิจให้ชะลอตัวมากกว่าคาด

