บล.กรุงศรี มอง SET สัปดาห์หน้าไซด์เวย์อัพ รับบอนด์ยีลด์คลาย ชู GPSC-WHA-WHAUP เด่น

บล.กรุงศรี ประเมิน SET สัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวไซด์เวย์อัพ รับปัจจัยบวกจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีแนวโน้มคลายตัว หลังสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านลดระดับความตึงเครียด พร้อมจับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้าไทยเดือนเมษายน 2569 โบรกแนะ GPSC, WHA และ WHAUP เป็นหุ้นเด่นประจำสัปดาห์


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ “Sideways/Up” โดยมีแรงหนุนสำคัญจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ US Bond Yield ที่คาดว่าจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลง ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มผ่อนคลาย หรือเข้าสู่ภาวะ De-escalation ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ KSS ประเมินว่า ตัวเลขส่งออกและนำเข้าของไทยเดือนเมษายน 2569 จะเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจ โดยยอดส่งออกมีแนวโน้มโดดเด่น ได้แรงหนุนจากทิศทางเศรษฐกิจภูมิภาคและรอบการลงทุนด้าน AI ของโลก ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบยังมีสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง สะท้อนภาพการลงทุนที่เริ่มเร่งตัวขึ้น และอาจเป็นแรงส่งต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ KSS แนะนำติดตาม 3 กลุ่มหุ้นธีมเด่นในสัปดาห์หน้า ได้แก่ กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ De-escalation ประกอบด้วย กลุ่มไฟฟ้า บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กลุ่มท่องเที่ยว บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW กลุ่มการบิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA กลุ่มโรงพยาบาล บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH กลุ่มค้าปลีก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และกลุ่มเช่าซื้อ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC

ขณะเดียวกัน ยังแนะนำกลุ่มหุ้นส่งออกที่มีโอกาสเก็งกำไรตามทิศทางการค้าโลกและกระแสลงทุน AI อาทิ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รวมถึงกลุ่มอาหารและยางพารา ได้แก่ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT

ส่วนกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศ KSS แนะนำกลุ่มธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กลุ่มไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON, บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON และบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET

รวมถึงกลุ่มสื่อสาร ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ KSS แนะนำ GPSC, WHA และ WHAUP โดยประเมินว่า GPSC มีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐในการผลักดันการลงทุน ขณะที่ WHA ได้แรงหนุนจากแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ยังดีต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนภาพการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น ส่วน WHAUP ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐที่เร่งลงทุนรองรับธุรกิจ Data Center และการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI

ทั้งนี้ KSS ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ของ GPSC ที่ 44 บาท WHA ที่ 5.10 บาท และ WHAUP ที่ 6 บาท ขณะที่หุ้นเด่นในสัปดาห์ก่อนหน้า ได้แก่ KBANK, ADVANC และ AMATA ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.78% สูงกว่าดัชนี SET Index ที่ให้ผลตอบแทน 1.36% สะท้อนประสิทธิภาพของกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นรายสัปดาห์ในช่วงที่ผ่านมา

Back to top button