GCAPGOLD จับตา “เควิน วอร์ช” เปลี่ยนนโยบายการเงิน หนุนทองรีบาวด์

GCAP ประเมินการเข้ารับตำแหน่งของประธานเฟดคนใหม่ "เควิน วอร์ช" อาจพลิกโฉมนโยบายการเงินสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ แนะกลยุทธ์ทยอยสะสมทองคำโซนแนวรับ ลุ้นรีบาวด์ชนแนวต้าน 4,600 เหรียญ


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงกลยุทธ์การลงทุนในทองคำว่า ปัจจุบันราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก จึงแนะนำกลยุทธ์รอจังหวะทยอยเข้าซื้อในโซนแนวรับเพื่อเล่นรอรีบาวด์ โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่บริเวณ 4,480 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ (หรือประมาณ 69,400 +/- บาท)

หากราคาสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ตามลำดับ (หรือราคาทองคำไทยประมาณ 70,900–71,600 บาท) ในทางกลับกันหากราคาหลุดแนวรับ 4,480 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันให้ราคาปรับตัวลงสู่โซน 4,430–4,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ (หรือประมาณ 69,000–68,700 บาท)

สำหรับปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือการเข้ารับตำแหน่งของ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ซึ่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 โดยการเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดในครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง ท่ามกลางภาวะอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจากสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่านที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ตลอดจนแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และราคาทองคำ

ทั้งนี้ การเข้ามาดำรงตำแหน่งของนายเควิน วอร์ช ได้รับความสนใจจากตลาดอย่างมากในประเด็นความสามารถด้านการรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณขับเคลื่อนนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น ซึ่งหากนายเควิน วอร์ช เลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น

Back to top button