ส่อง 6 ธีมเด่นน่าช้อป! INVX คัดหุ้นแกร่งสู้ตลาดผันผวน เคาะ BBL-HANA นำทัพ

INVX ประเมินตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวไซด์เวย์ อัพไซด์จำกัดจากแรงกดดันปัจจัยฤดูกาลและ MSCI Rebalancing แนะกลยุทธ์ Selective Buy ใน 6 ธีมเด่น พร้อมยก BBL และ HANA เป็นหุ้น Top Picks


บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ INVX ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET) ในระยะสั้นว่าจะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) เนื่องจากตลาดยังมีความคาดหวังต่อพัฒนาการเชิงบวกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดีส์ (Moody’s) ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยขึ้นเป็นระดับมีเสถียรภาพ (Stable)

นอกจากนี้ มูลค่า (Valuation) ของหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับที่ถูก โดยพบว่าดัชนี SET หากไม่รวม บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จะมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Fwd PER) สำหรับปี พ.ศ. 2569 ที่ระดับเพียง 12 เท่า

อย่างไรก็ดีฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่าโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) ของดัชนียังมีจำกัด และมีโอกาสเข้าสู่ภาวะการปรับฐานชั่วคราว ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาล และแรงกดดันจากการปรับตะกร้าดัชนี MSCI Rebalancing ที่จะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ประกอบกับความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบเลือกซื้อ (Selective Buy) ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเก็งกำไรที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

สำหรับ 3 ธีมหลักเพื่อการลงทุน ได้แก่ 1.กลุ่มหุ้นที่คาดหวังผลกำไร (Earnings Play): คาดการณ์ว่าผลกำไรในไตรมาส 2 ปี พ.ศ. 2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2569 แนวโน้มผลกำไรจะยังคงแข็งแกร่งทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแนะนำหุ้นที่คาดว่าจะทำผลงานได้ดีกว่าตลาด (Outperform) ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP และ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR

2.กลุ่มหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศและมีมูลค่าถูก (Domestic & Laggard Value Play): เน้นหุ้นขนาดใหญ่ (Big-cap) ที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด นักลงทุนต่างชาติถือครองในสัดส่วนที่ต่ำ ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ และมีความสามารถในการบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE

และ 3. กลุ่มหุ้นตามความปกติใหม่ (New Normal): หุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) และได้ประโยชน์จากนโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวของภาครัฐ เช่น การลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (พลังงานแสงอาทิตย์, ยานยนต์ไฟฟ้า, ศูนย์ข้อมูล) โดยแบ่งเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด ได้แก่ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และผู้ที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการจำหน่ายและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, GLOBAL และ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL

ส่วน 3 ธีมสำหรับการเก็งกำไร (Trading Idea) ได้แก่ 1.อานิสงส์จาก MSCI Rebalancing (มีผลจากราคาปิด 29 พ.ค. 2569): คาดว่าจะมีเม็ดเงินทุนไหลเข้าในหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก ได้แก่ DELTA และ CPN รวมถึงหุ้นที่เข้าคำนวณใหม่ในดัชนี MSCI Small Cap คือ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG โดยแนะนำให้ขายทำกำไรที่ราคาปิดของวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกัน แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนระยะสั้นในหุ้นที่ถูกถอดออกจาก MSCI Small Cap อย่าง บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เพื่อรอจังหวะกลับเข้าซื้อเมื่อราคาฟื้นตัวทางเทคนิคในช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569

2.อานิสงส์จากฟุตบอลโลก (World Cup 2026): ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 แนะนำหุ้น CPALL, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT, MINT, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC และ TRUE

และ 3. กลุ่มต้านทานราคาน้ำมันและการเปิดเมือง (Anti-Oil & Reopening): ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับฐานลดลงและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงการคลายความกังวลจากปัญหาการขาดแคลนอุปทาน ได้แก่ หุ้นกลุ่มสายการบิน คือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) คือ BGRIM และ GPSC กลุ่มวัสดุก่อสร้าง คือ SCC และ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC กลุ่มบรรจุภัณฑ์ คือ SCGP กลุ่มยานยนต์ คือ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH, บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT และ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว คือ MINT และ CENTEL

หุ้นเด่นแนะนำประจำวัน (Daily Top Picks)

สำหรับหุ้นเด่นแนะนำประจำวัน INVX คัดเลือกหุ้น 2 บริษัท ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีปัจจัยกระตุ้นจากภาพรวมสินเชื่อในไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2569 ที่สามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ในขณะที่หนี้เสีย (NPL) ใหม่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ทั้งนี้ สินเชื่อของธนาคารเติบโตขึ้น 3.1% นับตั้งแต่ต้นปี และคาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้ 3% ในปี พ.ศ. 2569 โดยให้ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 176 บาท

รวมถึง บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA มีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการเริ่มผลิตอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิแบบโซลิดสเตตสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI Solid-state Cooling Device) ให้กับบริษัท Phononic ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 และจะเร่งกำลังการผลิตในไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ยังได้รับคำสั่งซื้อใหม่ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้าน AI เพิ่มเติมอีก 2 รายการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2570 ส่งผลให้ประเมินว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2569 จะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยให้ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 40.50 บาท

Back to top button