
WHAUP มั่นใจปี 69 โตแกร่ง รับดีมานด์น้ำ-ไฟฟ้านิคม ชูดาต้าเซ็นเตอร์ดันรายได้เพิ่ม 700 ล้าน
WHAUP มั่นใจแนวโน้มธุรกิจปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากสาธารณูปโภคและไฟฟ้า โดยเฉพาะดีมานด์น้ำในนิคมฯ และลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งเป้าขายน้ำ 170 ล้าน ลบ.ม. เดินหน้าเจรจาลูกค้ารายใหญ่ ดันรายได้เพิ่ม 600–700 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งเป้า PPA ไฟฟ้า 1,124 เมกะวัตต์ ลงทุน 2,900 ล้านบาท และมุ่งสู่ Net Zero ปี 2593 ลดคาร์บอน 42% ภายในปี 2573
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยในงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทมีความมั่นใจว่าแนวโน้มธุรกิจในปี 2569 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจสาธารณูปโภคและธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะความต้องการใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการขยายตัวของลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้น้ำและไฟฟ้าสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในปี 2569 ที่ระดับ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังคงมั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำในไตรมาส 2/2569 ยังอยู่ในระดับสูง และยังไม่พบผลกระทบต่อการบริโภคน้ำของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลงนามสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติมอีกประมาณ 17–30 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มขึ้นประมาณ 600–700 ล้านบาทต่อปี โดยรายได้ดังกล่าวจะประกอบด้วยทั้งค่าความพร้อมให้บริการ (Capacity Charge) ซึ่งเป็นรายได้ครั้งเดียว และรายได้จากปริมาณการใช้น้ำที่ทยอยรับรู้ตามการใช้งานจริงของลูกค้าในระยะต่อไป
สำหรับธุรกิจไฟฟ้า บริษัทตั้งเป้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ภายในสิ้นปี 2569 ที่ระดับ 1,124 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพอร์ตประมาณ 1,058 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนประมาณ 50% และพลังงานรูปแบบดั้งเดิมอีกประมาณ 50% ขณะเดียวกัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกประมาณ 323 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการ Solar Private PPA ประมาณ 187 เมกะวัตต์ และโครงการ Solar FIT ประมาณ 136 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ โครงการ Solar FIT ชุดเดิมมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2572–2573 ขณะที่โครงการล่าสุดขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครราชสีมา คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ Direct PPA และ Third Party Access หากภาครัฐมีการเปิดให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการ โดยมีการลงนาม MOU กับลูกค้าหลายรายเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต
ด้านแผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทวางงบลงทุนรวมประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าประมาณ 57% เน้นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และอีกประมาณ 43% เป็นการลงทุนในธุรกิจน้ำ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน WHAUP ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายความยั่งยืนของกลุ่ม WHA โดยตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593 พร้อมทั้งตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ลง 42% ภายในปี 2573 รวมถึงการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากธรรมชาติในระยะยาว
นายอัครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีปริมาณจำหน่ายน้ำรวมประมาณ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นในประเทศไทยประมาณ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร และในประเทศเวียดนามประมาณ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำที่ยังคงแข็งแกร่งจากฐานลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและยานยนต์
ด้านรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ประมาณ 1,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจน้ำอยู่ที่ประมาณ 944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งปริมาณจำหน่ายน้ำที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมความพร้อมใช้ระบบ (Capacity Charge) จำนวน 326 ล้านบาท จากการส่งมอบงานให้ลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
ขณะที่รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าโซลาร์อยู่ที่ประมาณ 173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของลูกค้าอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจน้ำและธุรกิจไฟฟ้าโซลาร์ แม้กำไรปกติยังได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ที่หยุดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาสดังกล่าว แต่ปัจจุบันโรงไฟฟ้าได้กลับมาเดินเครื่องตามปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/2569 บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนจำนวน 131 ล้านบาท จากผลกระทบของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ซึ่งหยุดซ่อมบำรุงและแก้ไขปัญหาเป็นเวลา 88 วัน ส่งผลให้ไม่ได้รับค่า Availability Payment และรายได้จากค่าพลังงานในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงไฟฟ้าดังกล่าวได้กลับมาเดินเครื่องตามปกติแล้ว และมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าที่วางแผนไว้ ส่งผลให้คาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี
ทั้งนี้ WHAUP มีกำไรสุทธิตามงบการเงินไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ประมาณ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ประมาณ 211 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน อย่างไรก็ดี หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรปกติประมาณ 542 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

