
3 ยักษ์ KTB-AIS-OR ชู Data-AI-Cloud ปฏิวัติการเงินไทย หนุนแบงก์ CLICX
3 ซีอีโอ KTB-ADVANC-OR ชูจุดแข็งแบงก์คลิกซ์ เทคโนโลยี Data-AI-Cloud และเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ พัฒนา Virtual Bank ยุคใหม่ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้ง่าย เท่าเทียม และตรงความต้องการมากขึ้น เปิดตัว CLICX อย่างเป็นทางการ 19 มิ.ย.69
นายผยง ศรีวณิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า การเปิดตัวธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินไทย ภายใต้แนวคิดการสร้างธนาคารดิจิทัลยุคใหม่ที่สามารถเข้าถึง เข้าใจ และตอบโจทย์ลูกค้าได้ลึกกว่ารูปแบบบริการทางการเงินแบบเดิม โดยมองว่าโลกการเงินในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลรูปแบบใหม่เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาบริการ เพื่อให้ระบบการเงินสามารถเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ CLICX ถูกวางบทบาทให้เป็นแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาบริการทางการเงินให้มีความง่าย ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ทำให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายผยง กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของ CLICX คือการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจการเงิน การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ รองรับการใช้งานจำนวนมาก และเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ CLICX ยังมุ่งพัฒนาโมเดลการพิจารณาสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมมากขึ้น โดยจะนำข้อมูลทางเลือกและเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพของลูกค้า เพื่อลดข้อจำกัดของการพิจารณาสินเชื่อแบบเดิม และเพิ่มโอกาสให้ประชาชน รวมถึงกลุ่มที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบ สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น
“เป้าหมายสำคัญของ CLICX ไม่ใช่เพียงการสร้างธนาคารดิจิทัลแห่งใหม่ แต่คือการผลักดัน Financial Inclusion ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และสร้างระบบการเงินที่เปิดกว้าง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียม ยั่งยืน และเป็นรูปธรรม” นายผยง กล่าว
ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ภายใต้ AIS กล่าวว่า Virtual Bank ถือเป็นก้าวสำคัญของ AIS ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการด้านการเชื่อมต่อ (Connectivity) ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางการเงินและชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยบริษัทพร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีอยู่มาต่อยอดเพื่อพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่
AIS จะใช้จุดแข็งด้านฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ร่วมกับเทคโนโลยี AI และ Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจลูกค้า ทำให้สามารถออกแบบบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้แม่นยำมากขึ้น รวมถึงช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล
นายปรัธนา กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Virtual Bank คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ หรือกลุ่มที่เข้าถึงได้ยาก สามารถใช้บริการทางการเงินได้สะดวกมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเดิม ๆ ของระบบธนาคาร พร้อมมองว่า Virtual Bank จะไม่ใช่เพียงธุรกิจใหม่เพื่อสร้างผลกำไร แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยยกระดับระบบเศรษฐกิจและโครงสร้างการเงินของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ขณะที่ หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า OR ต้องการสร้างโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดี ควบคู่ไปกับการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านการผสานโลกออฟไลน์และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยอาศัยจุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบัน OR มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน PT Station ราว 2,400 สาขา และร้าน Café Amazon มากกว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเชื่อมต่อบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ OR มีแผนเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบสมาชิก และฐานข้อมูลลูกค้าเข้ากับบริการทางการเงินของ CLICX เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้ครบวงจรมากขึ้น โดยจะอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญทั้ง ธนาคารกสิกรไทย และ AIS ในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ
ด้านหม่อมหลวงปีกทอง กล่าวว่า การนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่อาจยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบการเงินไทยที่ครอบคลุมและยั