สหรัฐ จ่อรีดภาษีเพิ่ม 60 ประเทศ รวมไทย ปมสินค้าใช้แรงงานบังคับ

สหรัฐฯ เสนอเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงไทย หลังชี้ยังขาดมาตรการสกัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ พร้อมเปิดรับความเห็น 7 ก.ค. 2569 ก่อนพิจารณาบังคับใช้จริง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เปิดเผยข้อเสนอการใช้มาตรการทางภาษีภายใต้มาตรา 301 ต่อประเทศและเขตเศรษฐกิจจำนวน 60 แห่ง รวมถึงประเทศไทย หลังระบุว่ากลุ่มประเทศดังกล่าวยังไม่สามารถออกมาตรการห้ามนำเข้าและบังคับใช้กฎหมายอย่างเพียงพอ เพื่อสกัดกั้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ หรือ Forced Labor ซึ่ง USTR เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล และก่อให้เกิดภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ USTR เสนอให้จัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศและเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว แบ่งเป็นอัตรา 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการห้ามนำเข้า มีพันธกรณีภายใต้ความตกลงทางการค้าต่างตอบแทน หรือมีมาตรการป้องกันบางส่วน อาทิ แคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป

ขณะที่ประเทศส่วนที่เหลือซึ่ง USTR เห็นว่ายังไม่มีมาตรการรองรับเพียงพอ จำนวน 54 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย จีน และเวียดนาม ถูกเสนอให้จัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นกลไกทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ใช้ตอบโต้กรณีที่เห็นว่าประเทศคู่ค้ามีนโยบายหรือแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและกระทบต่อผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ USTR ยังเสนอให้มีกลไกพิเศษเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อกลุ่มสินค้าเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ โดยเปิดทางให้สินค้าบางส่วนภายใต้ปริมาณที่กำหนด สามารถนำเข้าสู่สหรัฐฯ ได้ในอัตราภาษีมาตรา 301 ที่ลดลง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

สำหรับรายชื่อประเทศและเขตเศรษฐกิจทั้ง 60 แห่ง อ้างอิงจากเอกสาร Annex A ของ USTR ซึ่งครอบคลุมกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ามากที่สุด 60 อันดับแรกในปี 2567 โดยมีทั้งประเทศพันธมิตร ตลาดเกิดใหม่ และคู่แข่งทางการค้าสำคัญ อาทิ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา บังกลาเทศ แคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย บราซิล และประเทศไทย

ภายหลังจากนี้ USTR จะเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรจากสาธารณะจนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และจะจัดการประชาพิจารณ์ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการพิจารณาว่าจะบังคับใช้มาตรการทางภาษีและข้อจำกัดการนำเข้าขั้นสุดท้ายหรือไม่ต่อไป

Back to top button