LALIN ชูบ้านฟังก์ชันยืดหยุ่น-พื้นที่ปลอดภัย ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุค Hybrid Living

LALIN ชี้เทรนด์บ้านยุคใหม่ต้องตอบโจทย์ Hybrid Living และ Flexible Space รองรับการทำงาน พักผ่อน และการอยู่อาศัยทุกช่วงวัย พร้อมชูแนวคิด Green Living ยกระดับคุณภาพชีวิตระยะยาว


นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวว่า บ้านเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทุกกิจกรรมสำคัญของชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งการทำงาน การเรียน การพักผ่อน และการใช้เวลากับครอบครัว ภายใต้บริบทของสังคมยุคดิจิทัล ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับบ้านที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้สอดคล้องกับ Life Stage และวิถีชีวิตในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างลงตัว ซึ่งการใช้ชีวิตแบบ Hybrid Living และ Flexible Space กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในอนาคต

เรามองว่าบ้านยุคใหม่ควรออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของทุกช่วงวัย โดยให้ความสำคัญกับการจัดพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ผู้บริโภคที่มองหาพื้นที่แบบ “Multi-functional Space” เพื่อรองรับกิจกรรมหลากหลายภายในพื้นที่เดียวกัน โดยพื้นที่ Co-living Space กลายเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยให้สมาชิกในบ้านสามารถทำกิจกรรมที่แตกต่างกันได้พร้อมกัน ทั้งการทำงานออนไลน์ การเรียน การพักผ่อน หรือการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว รวมถึงการเพิ่มมุมเฉพาะสำหรับ Work from Home, Online Meeting, Live Streaming และครัวรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงการทำอาหารเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตภายในบ้าน

การมองหา Flexible Space พื้นที่ภายในบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของสมาชิกในแต่ละช่วงวัย อาทิ ห้องชั้นล่างที่สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องไลฟ์สด หรือห้องพักสำหรับผู้สูงอายุ ขณะที่พื้นที่ชั้นบนสามารถปรับเป็นห้องดูหนัง มุมออกกำลังกาย หรือโซนพักผ่อนส่วนตัวได้อย่างอิสระ รวมถึงการออกแบบพื้นที่ห้องครัวในลักษณะกึ่งคาเฟ่ เพื่อรองรับทั้งการทำอาหารและการทำงานในเวลาเดียวกัน โดยทุกพื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบให้เป็น “Safe Zone”เพื่อช่วยสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตร่วมกันและพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อย่างยืดหยุ่น ประกอบด้วยกลุ่ม First Home Buyer ครอบครัวเริ่มต้น คนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านซึ่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับการขยายครอบครัว กลุ่มครอบครัวขยายที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กวัยเรียน รวมถึงกลุ่มคนทำงานที่ใช้บ้านเป็นศูนย์กลางในการสร้างรายได้ และให้ความสำคัญกับบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานอย่างจริงจัง นอกจากการออกแบบฟังก์ชันภายในบ้านแล้ว ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการภายใต้มาตรฐาน Green Living Standard ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยควบคู่ไปกับความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยระยะยาว

“การเลือกซื้อบ้านในวันนี้ คือการเลือกพื้นที่ที่สามารถเติบโตและปรับตัวไปพร้อมกับทุกช่วงจังหวะชีวิตในอนาคต บ้านที่ดีจึงควรมอบความอิสระในการออกแบบการใช้ชีวิต มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น และมีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพราะบ้านที่คุ้มค่าที่สุด คือบ้านที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในแบบที่ต้องการ” นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป

Back to top button