
JAS-MONO เด่น คว้าลิขสิทธิ์บอลโลก! จับตา ADVANC-TRUE-CPALL ร่วมวงรับอานิสงส์
โบรกประเมินดีลบอลโลกหนุน Sentiment หุ้น JAS-MONO รับประโยชน์ตรงจากลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เพิ่มโอกาสขยายฐานสมาชิก MONOMAX พร้อมต่อยอดรายได้โฆษณาและสปอนเซอร์ ขณะที่ ADVANC-TRUE-CPALL มีลุ้นรับอานิสงส์ตามกระแสรับชม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เริ่มเป็นประเด็นที่ตลาดทุนให้ความสนใจมากขึ้น หลังบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยดีลดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงฟุตบอลโลก 2030 และสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการต่าง ๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA จนถึงปี 2030
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจคอนเทนต์กีฬาของ JAS และ MONOMAX ที่เดินหน้าสะสมลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งยังเหลือสัญญาอีก 5 ฤดูกาล รวมถึงวอลเลย์บอลระดับโลกอีก 6 ปี และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร รอบสุดท้ายในอีก 2 ปีข้างหน้า
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS เปิดเผยว่า ภายใต้ข้อตกลงครั้งนี้ บริษัทได้รับสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน ได้แก่ ปี 2026 และ 2030 รวมถึงสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันของ FIFA ทุกรายการจนถึงปี 2030 อาทิ ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ฟุตซอลโลก และฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก
ทั้งนี้ ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 48 ชาติ และมีโปรแกรมแข่งขันรวม 104 นัด ขณะที่ JAS คาดว่าคนไทยจะได้รับชมผ่านช่องทางฟรีทีวีมากกว่า 40 แมตช์ โดยยืนยันว่านัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศจะเปิดให้รับชมฟรีอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดช่องทางรับชม โปรแกรมถ่ายทอดสด และการจัดสรรสิทธิ์ให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมในระยะถัดไป
ดร.โสรัชย์ ระบุว่า หากมองเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 เพียงรายการเดียว ดีลดังกล่าวอาจไม่โดดเด่นในเชิงผลตอบแทนระยะสั้น แต่หากมองในระยะยาว ถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์และวางรากฐานทางธุรกิจให้กับ JAS และ MONOMAX โดยบริษัทต้องการรวบรวมคอนเทนต์กีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของคนไทยไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
สำหรับโครงสร้างรายได้ บริษัทประเมินว่ารายได้หลักจะมาจากค่าสมาชิก หรือ Subscription ขณะที่รายได้จากสปอนเซอร์และโฆษณาจะเป็นส่วนเสริม โดยปัจจุบัน MONOMAX มีฐานสมาชิกประมาณ 1.6 ล้านราย และบริษัทยังคงเป้าหมายผลักดันฐานสมาชิกสู่ระดับมากกว่า 2 ล้านรายในระยะต่อไป ขณะที่แพ็กเกจ L ราคา 5,999 บาท สามารถผ่อนชำระได้สูงสุด 10 เดือน และบริษัทตั้งเป้าดึงลูกค้ารายปีเพิ่มอย่างน้อย 500,000 บัญชี
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดยประเมินว่าหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท และ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 6.20 บาท จากโอกาสการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก
ขณะเดียวกัน บล.ดาโอ ประเมินว่า JAS และ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ซึ่งยังไม่ได้จัดทำบทวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากการถือครองลิขสิทธิ์ โดย JAS อาจมีรายได้จากการแบ่งสิทธิ์บางแมตช์ให้ฟรีทีวีหรือพันธมิตร การขายโฆษณาระหว่างการแข่งขัน และสปอนเซอร์ ส่วน MONO มีโอกาสได้แรงหนุนจากจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE อาจได้รับอานิสงส์จากปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรับชมผ่านมือถือและสตรีมมิ่งในช่วงการแข่งขันที่หลายแมตช์ตรงกับช่วงดึกถึงเช้าตามเวลาไทย
ด้านฝ่ายกลยุทธ์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุว่า การที่ JAS บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยกลุ่มเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้แก่ JAS และ MONO ขณะที่หุ้นที่อาจได้อานิสงส์จากการบริโภคช่วงถ่ายทอดสด ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รวมถึงหุ้นสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE จากแนวโน้มการรับชมผ่านมือถือที่เพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรี แนะนำเก็งกำไร JAS โดยให้แนวรับ 1.20-1.16 บาท แนวต้าน 1.26-1.34 บาท และจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 1.14 บาท ส่วน MONO ให้แนวรับ 0.95-0.90 บาท แนวต้าน 1.00-1.10 บาท และจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 0.85 บาท ขณะที่ CPALL, ADVANC และ TRUE ยังสามารถลงทุนได้ โดยระยะสั้นให้น้ำหนัก ADVANC ซึ่งมีราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 417 บาท

