
“ทรัมป์” ประกาศดีล “สหรัฐ–อิหร่าน” เปิดฮอร์มุซ ยุติปิดล้อมทะเล ลุ้นลงนาม 19 มิ.ย.นี้
“ทรัมป์” ยืนยันบรรลุ “ข้อตกลง” กับ “อิหร่าน” พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ขณะที่นายกรัฐมนตรีปากีสถานเผยพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 04.29 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงแล้ว พร้อมแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย
ต่อมา ทำเนียบขาว (The White House) ได้เผยแพร่ข้อความเดียวกันผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกับข้อความที่ทรัมป์โพสต์
ทรัมป์ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เดินเรือโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐอเมริกา โดยมีผลทันที
“เรือทั่วโลก จงเดินเครื่องได้เลย ปล่อยให้น้ำมันไหล” ทรัมป์ ระบุ
ต่อมา เวลา 05.27 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคงแก่ทั้งภูมิภาค พร้อมกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนก่อนหน้าเคยพยายามสร้างสันติภาพกับอิหร่าน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ทรัมป์ กล่าวด้วยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำในภูมิภาคได้พบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สามารถช่วยให้บรรลุสันติภาพที่แท้จริงได้
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังระบุว่า เมื่อมีการลงนามข้อตกลง จะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ก่อนที่การขนส่งน้ำมันจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของภูมิภาคและของโลก
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters และ BBC รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว และทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน โดยพิธีลงนามอย่างเป็นทางการมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงทันที โดยสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 4.8% มาอยู่ที่ 80.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 3.9% มาอยู่ที่ 83.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนประเมินว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยคลี่คลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน และทำให้การขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านผู้นำสูงสุดของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง
รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก รองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 20% ของปริมาณทั้งหมด
