
ก.ล.ต. ดันลงทุนวิทยา 50+ ซีซัน 2 แตะ 1.2 ล้านครั้ง จ่อเปิดเครื่องมือเกษียณฟรีปลายปี 69
ก.ล.ต. เผยผลดำเนินโครงการ “ลงทุนวิทยา 50+ ซีซัน 2” มียอดเข้าถึงสื่อความรู้กว่า 1.2 ล้านครั้ง พร้อมเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือวางแผนเกษียณแบบครบวงจร คาดเปิดให้ใช้งานฟรีปลายปี 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยความสำเร็จของ “Lifelong Investing ลงทุนวิทยาฉบับ 50+ ซีซัน 2” โครงการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนสำหรับประชาชนวัยใกล้เกษียณและวัยเกษียณ
โดยมีผู้เข้าถึงสื่อความรู้มากกว่า 1.2 ล้านครั้ง ผ่านสื่ออินโฟกราฟิก พอดแคสต์ (Podcast) บทความ และหลักสูตรอบรมออนไลน์ ขณะที่การอบรมออนไลน์ 4 รุ่น มีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 1,700 คน สะท้อนความตื่นตัวและเตรียมความพร้อมทางการเงินหลังเกษียณ
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ การเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินและการลงทุนจึงมีความสำคัญ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการเงินและเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณได้อย่างเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง รวมถึงสามารถบริหารจัดการทรัพย์สิน วางแผนการใช้จ่าย และดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โครงการ “Lifelong Investing ลงทุนวิทยาฉบับ 50+” ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. สมาคมนักวางแผนการเงินไทย และมนุษย์ต่างวัย เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริง
สำหรับซีซัน 2 ได้จัดทำสื่อความรู้ในหลายรูปแบบ อาทิ อินโฟกราฟิกเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนสำหรับผู้สูงวัย พอดแคสต์ด้านการวางแผนเกษียณและการบริหารพอร์ตลงทุน รวมถึงบทความจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงิน ขณะเดียวกันยังมีหลักสูตรอบรมออนไลน์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสถานะทางการเงิน การจัดการเงินหลังเกษียณ ไปจนถึงการวางแผนมรดกและพินัยกรรม
นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องมือวางแผนเกษียณแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยประเมินสถานะทางการเงิน คาดการณ์ความต้องการใช้เงินหลังเกษียณ และวิเคราะห์ช่องว่างทางการเงิน รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนสำหรับวัยเกษียณ โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ฟรีภายในสิ้นปี 2569
“ก.ล.ต.จะเดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้กับประชาชนวัยใกล้เกษียณและวัยเกษียณอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับ Financial Well-being และสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยในทุกช่วงวัย” นางพรอนงค์ กล่าว
