“บล.กสิกรไทย” มองบวก THANI ลุยรถมือสอง ดันพอร์ตปี 69 ทะลุ 1.7 หมื่นลบ. ชูเป้า 17 บาท

บล.กสิกรไทย มองบวกต่อ THANI หลังผู้บริหารมั่นใจเป้าสินเชื่อปี 2569 ทะลุ 1.7 หมื่นล้านบาท รุกหนักตลาดรถบรรทุกมือสอง คาด NPL ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังแนะ "ถือ" เป้า 1.70 บาท ระวังผลกระทบสงคราม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยบทวิเคราะห์ภายหลังเข้าร่วมรับฟังการประชุมนักวิเคราะห์ (Earning Call) ของ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI โดยระบุว่า มุมมองของผู้บริหารค่อนข้างเป็นบวกอย่างมาก (Bullish) ซึ่งทำให้ทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยตามไปด้วย แต่ยังคงเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการลงทุน

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 พบว่า THANI สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ราว 4.3 พันล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี 2569 ที่ระดับ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยผู้บริหารยังคงมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายทั้งปี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามตัวเลขในไตรมาส 2/2569 ต่อไป ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมาเป็นระยะเวลานาน ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้เริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจในระดับปกติและเน้นเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดรถบรรทุกมือสองเป็นหลัก

นอกจากนี้ THANI ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรถมือสองจากระดับ 28% ขึ้นมาอยู่ที่ 33% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทน (Yield) สูงกว่า ในขณะที่ภาพรวมตลาดรถบรรทุกมือสองยังคงมีความคึกคัก ปริมาณรถในตลาดค่อนข้างตึงตัว และมีความต้องการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยอดนิยม เช่น รถตู้ทึบ

อย่างไรก็ดี ภายหลังเกิดสถานการณ์สงคราม ยอดขายในช่วงเดือนเมษายนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง แต่ทาง THANI ยังไม่ได้กลับไปใช้นโยบายแบบระมัดระวังมากนักในการปล่อยสินเชื่อ โดยยังคงพยายามรักษาการปล่อยสินเชื่อในระดับสูง เนื่องจากปัจจุบันสามารถควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อได้เป็นอย่างดี สำหรับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 60% ของพอร์ตรถบรรทุก ได้รับผลกระทบในวงจำกัด เนื่องจากสามารถส่งผ่านต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ขณะที่กลุ่มลูกค้ารายย่อย ซึ่งมีสัดส่วน 40% คาดว่าจะได้รับผลกระทบ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณความผิดปกติที่ชัดเจน

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ คาดการณ์ว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงมีทิศทางลดลงได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทคงเป้าหมายต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2% (โดยในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่เพียง 1%) ขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนชุดเดิม (Rollover) ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย KS ประเมินว่า แม้ผู้บริหาร THANI จะยังมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมากต่อทั้งแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่และคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อย แต่ในภาพรวมยังคงประเมินว่ากลุ่มรถบรรทุกจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามโดยตรง และคาดว่าจะเริ่มเห็นการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่มีโอกาสปรับตัวแย่ลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป

ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” หุ้น THANI โดยประเมินราคาเป้าหมายเดิมที่ 1.70 บาท

Back to top button